Sushi@Miyatake

ต้องขออนุญาตเอา Sushi Miyatake ออกจาก recommended list นะคะ เพราะว่าเนื่องจาก Chef เป้ พ่อครัวที่เราชื่นชอบได้ย้ายออกจากมิยาทาเกะไปเปิดร้านของตัวเองชื่อ SUSHI MASA ที่ ซอยพญานาค (ซอยข้างโรงแรมเอเซีย) ตรง bts ราชเทวีเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้นเมนูแนะนำด้านล้างนี้ ถ้าใครสนใจอยากทาน จันแนะนำให้ไปทานที่ Sushi Masa ของเชฟเป้แทนนะคะ รับรองว่ารสชาติ และวัตถุดิบดีไม่แพ้กันเลยค่ะ 

รีวิวของซูชิมาซะจะตามมาอัพเดทเรื่อยๆต่อไปนะคะ🙂

___________________________________________________________________

หลังจากที่ได้รีวิวอาหารไปหลายแบบแล้ว  คราวนี้ก็ถึงตาของอาหารโปรดที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างซูชิกันซะหน่อย คราวนี้เราจะไปทัวร์ร้าน Miyatake ค่ะ ใครที่เป็นนิยมชมชอบปลาดิบน่าจะเคยทานหรือได้ยินชื่อเสียงของร้านนี้ผ่านหูกันอยู่บ้าง เค้าเป็นผู้นำเข้าปลาดิบรายใหญ่ของไทยเลยค่ะ มีอยู่ทั้งหมด 5 สาขาด้วยกัน (ถ้าเราจำไม่ผิด) ที่ K-Village, Isetan, Tokyu มาบุคญครอง, Fuji Super สุขุมวิท 33/1, และ Fuji Super สุขุมวิท 39

วันนี้เราจะพามาชิมกันที่ Fuji Super สุขุมวิท 33/1 ร้านเป็นร้านเล็กๆนั่งที่เค้าท์เตอร์ได้ 3 ที่ และมีโต๊ะเล็กๆอีกสองโต๊ะ นั่งได้โต๊ะละ 2 ที่ค่ะ เหมือนอย่างทุกครั้ง วันนี้เมื่อเราเดินเข้าร้านไปก็จะมีเสียงที่คุ้นเคยจาก “เชฟเป้” ที่รอทักทายลูกค้าด้วยความกระตือรือร้น (ปกติเราเป็นขาประจำที่เค-วิลเลจค่ะ แต่เมื่อซักเดือนนึงที่ผ่านมาเชฟเป้ย้ายจากสาขาเค-วิลเลจมาที่สาขานี้ เราก็เลยตามมาทานค่ะ) เราจะถือว่าเป็นลูกค้าประจำของเชฟเป้เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเมื่อตอนที่อยู่ K-Village เราไปทานประมาณอาทิตย์ละสองครั้งได้ (ลดความอ้วนอ่ะค่ะ อาหารลีนๆมันหายาก เลยต้องพึ่งปลาดิบ)

ตอนแรกๆที่ไป เนื่องจากร้านนี้เค้าดังเรื่อง Toro, Tuna, Engawa & etc… เราก็ลองสั่งซูชิหลายๆหน้ามาทาน โทโร่เค้าก็ถือว่าอร่อยแล้วเมื่อเทียบกับมาตรฐานร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทย ส่วนตัวเราว่าดีพอๆกับ Maru, โชกุน หรือ Nippon Tei เลยทีเดียว แต่ก็อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลย เราชอบโทโร่ที่เราเคยทานที่ Ginza Kyubei ที่ญี่ปุ่นมากกว่า มันอร่อยมากจนเราไม่อยากจะทานโทโร่ที่ไหนอีกเลย (พูดไปก็เหมือนเว่อร์ แต่จริง – เดี๋ยวโพสต์ต่อไปเราจะมี Special Review สำหรับร้าน Kyubei ที่ญี่ปุ่นละกันนะคะ) ทานเรื่อยๆเริ่มลงตัวค่ะ จนเดี๋ยวนี้เราจะมี combo set ที่เวลาเราไปทุกครั้งจะสั่งแบบเดิมซ้ำๆ ยกเว้นว่าบางวันที่เชฟเป้จะแนะนำว่าวันนี้ปลานี้มีมาเป็นพิเศษ หรือว่าชิ้นนี้นี่อร่อยจริงๆต้องลอง และคอมโบเซ็ทของเราก็มีตามนี้เลยค่ะ

1. Salmon-Ikura Don

จานนี้เป็นข้าวหน้าปลาดิบประเภทหนึ่งซึ่ง top ด้วยเนื้อปลาแซลมอนย่างไปอ่อนๆ จะสุกเฉพาะด้านนอกแค่ยังคงความนุ่มของเนื้อปลาดิบด้านในเอาไว้ เพียงแค่ย่างไฟอ่อนๆให้มีความหอมของเนื้อปลาออกมา ส่วนอีกด้านหนึ่งของจากจะเป็นไข่ปลาแซลม่อนที่ชุ่มไปด้วยซอสโชวยุ รสชาติกำลังดีไม่เค็มจนเกินไป ทำให้เวลาที่เรากินจานนี้ไม่จำเป็นต้องจิ้มโชวยุอีกเลย และเมื่อทานคู่กับไข่หวานโรยงาและสาหร่ายญี่ปุ่นที่อยู่ด้านล่าง ความหวานของไข่และกลิ่นหอมของงา บวกกับรสเค็มๆของไข่ปลาแซลมอนทำให้เกิดรสชาติที่ลงตัวมากๆสำหรับเมนูนี้ เราต้องขอขอบคุณในความสร้างสรรค์ของร้าน Miyatake ที่มีเมนูอร่อยๆนี้ขึ้นมา

อ่อ…ลืมไปอีกอย่างค่ะ ข้าวซูชิของที่นี่เเด็ดมาก อุณหภูมิและความเปรี้ยวกำลังพอดี สามาทานเล่นได้เลยค่ะ และที่สำคัญไม่แฉะและเหนียวหนึบติดมือติดตะเกียบ อันนี้ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของเชฟเป้จริงๆค่ะ เราเคยไปทานตอนที่เป็นเชฟคนอื่นทำ โดยส่วนตัวเราว่าเชฟเป้ทำอร่อยกว่า

ส่วนขิงดองของที่นี่ก็อร่อยดีเหมือนกันนะคะ ปกติเราเป็นคนไม่ชอบทานขิงดอง แต่ว่าที่นี่ไม่เผ็ดและไม่มีกลิ่นเราพอทานได้ค่ะ ถ้าใครที่ชอบทางขิงดองเราว่าคงจะโปรดปรานขิงดองของที่นี่กันเลยทีเดียว

2. Saba/Hokkigai Sashimi

จานนี้ต้องถือว่าพิเศษซักหน่อยเพราะว่าปกติแล้วเราจะสั่ง Tako/Hokkigai ค่ะ แต่ว่าวันนี้เนื้อซาบะที่ร้านดูดีมากเลยอดไม่ได้ที่จะสั่ง

  • Saba – วันนี้ซาบะที่ร้านเนื้อแน่นอร่อยค่ะ เราลองชิมดู รสชาติของเนื้อมันเหมือนกับสุกแล้ว ก็งงค่ะว่าเอาไปต้มมาแล้วรึเปล่า ด้วยความสงสัยเลยถามเชฟดู คำตอบที่ได้คือปลาซาบะแบบนี้เชฟเค้าจะนำไปหมักเกลือแล้วแช่น้ำส้มสายชูค่ะ ปลาดิบเมื่อโดนกรดมันเลยสุกนี่เอง
  • Hokkigai – หรือที่เรารู้จักกันในนามหอยปีกนก เราคิดว่าน่าจะสุกแล้วนะคะ สัมผัสมันหนึบๆดี เนื้อออกรสหวานค่ะ อยากให้ลองสังเกตุที่ภาพดูว่าสีสันและรูปร่างนั้นดูสีสดใส ไม่ได้ดูซีดๆเหี่ยวๆเหมือนทั่วไป ปกติเราก็ไม่ค่อยทานค่ะ แต่ว่าลองได้ทานที่นี่แล้วติดใจเลย
  • Tako – ขอรีวิวเพิ่มเติมสำหรับเมนูประจำแล้วกันนะคะ อยากจะบอกว่าทาโกะที่นี่ อร่อยมากกกกก….. เราไม่ชอบกินปลาหมึกยักษ์ค่ะ จะชอบปลาหมึกขาวมากกว่า เนื่องจากร้านส่วนมากที่ทำปลาหมึกยังมันจะเหนียวๆไม่ค่อยอร่อย ให้ความรู้สึกเหมือนเคี้ยวยางลบ แต่ว่ามีวันนึง ตอนที่เรานั่งทานอยู่ที่ K-Village เจ้าของร้านซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นเค้าแนะนำให้ลองว่าของเค้าอร่อยมาก เราเลยลองดู ปรากฎว่าอร่อยจริงแฮะ ปลาหมึกยักษ์ที่นี่ หนึบแต่เคี้ยวง่าย แถมรสชาติก็ดีออกเค็มๆนิดนึง ไม่น่าเชื่อว่าปลาหมึกยักษ์จะรสชาติอย่างงี้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาสั่งตลอดเลยค่ะ คู่กับหอยปีนกเนี่ยล่ะ

3. Ika Sashimi

ปลาหมึกขาวซาชิมิจานนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเหมือนเคย เหนียวๆกำลังดีแต่ความอร่อยเราว่าอยู่ในระดับ average ไม่ได้โดดเด่นกว่าร้านอื่นค่ะ โดยส่วนตัวเราชอบที่ Nippon-Tei มากกว่า

4. Engawa Sushi/Gunkan-Maki

และแล้วของดีก็ต้องมาหลังสุดค่ะ “Engawa” หรือครีบปลาตาเดียว พระเอกของค่ำคืนนี้ ซูชิคำนี้อาจจะไม่ค่อยมีในเมนูของร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป แต่สำหรับ Miyatake ซูชิครีบปลาตาเดียวคำนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของร้านไม่แพ้โทโร่เลย การทาน ซูชิ engawa มีสองแบบด้วยกัน คือทานแบบย่าง หรือว่าจะทานแบบดิบ ที่มิยาทาเกาะเค้าจะเสิร์ฟแบบย่างไฟอ่อนๆค่ะ เราเคยทานทั้งแบบย่างและแบบดิบที่ร้านอื่นๆ เราว่าที่ผ่านมา engawa ที่มิยาทาเกะเนี่ยล่ะ อร่อยที่สุดแล้ว

  • Engawa Sushi – รูปทางด้านซ้ายจะเป็นซูชิแบบ nigiri ซึ่งเวลาไปสั่งเชฟก็จะทำแบบนี้มาให้ เป็นซูชิที่วางหน้าด้วย engawa ชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวโรบเกลือเล็กน้อยย่างไฟอ่อนๆให้น้ำมันจากครีบปลาไหลซึมลงไปในข้าว น้ำมันจากครีบปลาที่โดนย่างไฟนี้จะมีกลิ่นหอมมาก เมื่อจิ้มกับน้ำจิ้ม Ponzu ที่ออกรสเปรี้ยวๆหน่อยแล้วเวลาเคี้ยวมันจะมีรสชาติหอมมันของครีบปลาตาเดียวย่างวิ่งผล่านอยู่ในปาก บอกได้คำเดียวค่ะ ว่าอร่อยที่สุดจริงๆ
  • Engawa Gunkan-Maki – เป็นเมนูพลิกแพลงนิดหน่อยโดยการนำ engawa มาหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โรยเกลือแล้วย่างไฟก่อนที่จะเอามาโปะบนข้าวซูชิค่ะ เนื่องจากครีบปลาตาเดียวย่างแสนอร่อยของเราได้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว ซูชิชิ้นนี้จึงต้องทำเป็นแบบกึนกัน เพื่อเให้สาหร่ายมาเป้นกำแพงร้มรอบไม่ให้ครีบปลาของเราตกค่ะ เราคิดว่าแบบกึนกันก็อร่อยไปอีกแบบนึง เหมือนว่าน้ำมันจากครีบปลาออกมาเยอะกว่า (อาจจะเป้นแค่ความรู้สึกของเราเอง) แต่ว่าเวลาตอนแรกที่เราสั่งเป้นนิกิริ จะตบท้ายคำสุดท้ายก่อนคิดเงินเป็นกึนกันเสมอค่ะ

วันนี้เราเห็นเนื้อโกเบดูสวยดีเลย เลยเกิดความอยากจนทำให้ต้องสั่ง Kobe Sushi มากิน และก็อร่อยเหมือนทกครั้งที่ผ่านมา รสชาติของเนื้อและมันของเนื้อโกเบที่โดนย่างด้วยไฟอ่อนๆละลายรวมกันอยู่ในปาก บอกกับรสเปรี้ยวเล็กๆของน้ำจิ้ม Ponzu ที่เอาไว้ทานคู่กับของย่าง มันอร่อยจนอยากเบิ้ลอีกคำเลยล่ะค่ะ

อาหารสำหรับวันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้พร้อมกับเราที่กินจนพุงกาง คราวนี้เราก็ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงส่วนนี้ลงเมนูของที่ร้าน และรูปของเชฟเป้ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของมือนี้ให้ทุกท่านได้ชมนะคะ

Good Night ค่ะ😉

7 Comments

Filed under Asian, Japanese, Restaurant Review, Taste of Bangkok

7 responses to “Sushi@Miyatake

  1. Bow

    I don’t normally do sushi or “raw food”, but this looks divine!❤

  2. PuPae

    ถ้ามีตังค่าตั๋วแล้วจะรีบบินไปกินนะ ว่าแต่ร้านนี้เค้ามีซาซิมิปะ เห็นแต่ซูชิอะ?

  3. PuPae

    กรี๊ดดดดดด ร้านนี้อยู่ที่เมืองไทยหรอเนี่ย (หน้าแตกอย่างมากมาย 5555 ) งัน้ต้องรีบไปชิมซะแหละ

    • หน้าแตกเลยพี่เป้….ถ้าไปไปทานที่สาขาสุขุมวิท 33/1 นะ ลง BTS พร้อมพงษ์เดินนิดเดียวถึงเลย

  4. ยั่วน้ำลายผ่านตัวอักษรจนต้องห้ามตัวเองไว้เกือบไม่ทัน กดLikeให้เลยครับ

  5. ice

    บรรยายซะหิวเลยยย >__<"
    ว่าแต่ว่า…เราจะมีโอกาสได้ไปมั่งมั๊ยเนี่ยยยยยยยย ฮือออ…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s