Monthly Archives: March 2011

“Bake Ministry” wish-to-order

สวัสดีค่ะ วันนี้มีร้านเค้กน่ารัก มากๆๆๆๆมาฝากกันค่ะ ชื่อร้าน “Bake Ministry”ค่ะ เป็นร้านเค้ก homemade & made to order ที่นี่มีเค้กสวยๆน่ารักๆหลายหลายสไตล์ให้คุณเลือกสั่งได้เองเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น cupcake หรือว่าจะเป็นเค้กปอน์ดก้อนใหญ่ๆหลายรสชาติมากมาย คุณเจ้าของร้านก็น่ารักมากๆค่ะ ช่วยทำอย่างดีที่สุด ลองดูเค้กที่จันสั่งกันเลยค่ะว่าน่ารักขนาดไหน

คัพเค้กเซ็ทนี้เราขอร้องคุณเจ้าของร้านว่าเป็น basketball theme คุณเจ้าของร้านก็ทำได้ออกมาถูกใจทั้งคนให้และคนรับ เนื่องจากว่าเราสั่งแบบด่วนไม่ค่อยได้ให้เวลาที่ร้านเค้าทำเท่าไหร่ เลยออกมาไม่อลังการเท่าผลงานชิ้นอื่นๆของร้านนี้ค่ะ ลองดูภาพด้านล่างที่เราเอามาจาก facebook ของที่ร้านเลยค่ะว่าน่ารักกันขนาดไหน

cupcakes น่ารักๆหลายแบบหลายสไตล์ ถ้าอยากได้อะไรพิเศษเพียงแค่คุยกับที่ร้าน Bake Ministry สามารถเนรมิตรให้คุณได้เลยค่ะ

ส่วนเซ็ทนี้ ทั้งเราและเพื่อนๆที่ออฟฟิศเห็นแล้วอยากได้มากๆๆๆ เราเชื่อว่าสาวๆคนไหนเห็นแล้วต้องกรี้ดแน่นอนค่ะชื่อเซ็ท “Material Girl”

นอกจากเค้กแล้ว Bake Ministry ยังมีของหวานอย่างอื่นมากมากอีกหลายแบบตัวอย่างเช่น macaron ด้านบนนี้ ของเด็ดของร้านนี้คือ รสชาเย็นค่ะ ที่เห็นสีส้มๆด้านบนคือ macaron รสชาเย็น วันก่อนพี่ที่ออฟฟิศลองสั่งมาทานดู อร่อยดีค่ะ แปลกๆดี แต่อร่อยดีนะคะ ต้องลอง 🙂

สำหรับโพสต์นี้ต้องของคุณ Bake Ministry อีกครั้งสำหรับเค้กน่ารักๆที่ทำให้เรา และของคุณสำหรับรูปภาพด้านบนที่เรานำมาจาก FB ของร้านค่ะ

ใครสนใจอย่างดูเพิ่มเติม ติดต่อสอบถาม หรือสั่งเค้กจาก Bake Ministry ติดต่อได้ที่ http://www.facebook.com/pages/Bake-Ministry/106294440066 ส่วนเรื่องราคา เวลารับส่ง หรือรูปแบบเค้กลองถามจากทางร้านโดยตรงได้เลยค่ะ

วันนี้ไปก่อนนะคะ Bye Bye ค่ะ 😉

Advertisements

3 Comments

Filed under Dessert, Recommended, Taste of Bangkok

ชิวๆวันศุกร์ที่ HOBS Aree Garden

โฮะๆๆๆ และแล้วคืนวันศุกร์ก็มาถึงซะที ค่ำคืนที่เป็นสุขที่สุดสำหรับชาวออฟฟิศอย่างเราๆ บางคนอาจจะไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ร้อง เล่น เต้น รำ ตามความพอใจ แต่ถ้าใครที่กำลังหาร้านดื่มสบายๆพร้อมอาหารอร่อยๆ วันนี้ Imperial Teaspoon มี pub & restaurant สัญชาติเบลเยี่ยมมารีวิวให้ดูค่ะ

ถ้าพูดถึ่งร้าน HOBS (House of Beers) คงเป็นชื่อที่คุ้นเคยของคอเบียร์ทั้งหลาย เป็นร้านที่โด่งดังในด้านความหลากหลายของเบียร์เบลเยี่ยมรสชาติต่างๆ ทั้งเข้ม ทั้งอ่อน ทั้งนุ่ม รวมไปถึงเบียร์รสผลไม้อย่าง ราสเบอรรี่ เชอร์รี่ หรือ พีช เป็นต้น แต่สำหรับคุณที่ไม่โปรดปรานการดื่มแล้ว ร้านนี้ก็ถือว่าเป็นร้านอาหารฝรั่งที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ อาหารต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น เฟรนช์ฟรายส์ ฟิชแอนด์ชิพ สปาเก๊ตตี๊ ขาหมูทอด ฯลฯ ยังไงก็แล้วแต่ดูกันเองด้านล่างดีกว่าค่ะว่าอาหารเค้าน่าอร่อยจริงๆ

Belgian Fries ซึ่งเป็นหนึ่งใน signature dish ของร้านนี้ทอดได้กรอบอร่อยสุดๆ เป็นแบบกรอบนอกนุ่มใน เหมาะกับที่เป็นของทอดแสนอร่อยที่ใครๆก็ชอบ ยิ่งกินเล่นกับเบียร์เย็นๆชื่นใจอย่าบอกใคร

จานนี้เป็นซุปเห็ด รสชาติก็อร่อยแบบธรรมดาค่ะ แต่แปลกใจว่าทำไมมันร้อนขนาดนั้น ขนาดผ่านไปซัก 5-10 นาทีมันยังไม่หายร้อนเลย

สปาเก๊ตตี๊ผัดกระเทียม เบค่อน และพริก จานนี้อร่อยค่ะ ส่วนตัวเราชอบมากกว่าที่ greyhound อีก ที่นี่ใช้่เส้นสปาเก๊ตตี้ไซส์ที่ใหญ่หน่อยและลวกเส้นได้พอดีมาก หนึบๆดี ส่วนด้านการผัดก็ผัดได้แห้ง กลิ่นและรสชาติก็เข้ากันได้ดีมากค่ะ ชอบจัง

จานนี้ก็คือ ฟิขแอนด์ชิพส์สุดเลิฟของเราเองค่ะ เราชอบมากๆเลยแป้งข้างนอกกรอบๆได้ใจมาก ปลาออกจะนิ่มๆหน่อย มันจะไม่เหมือน fish & chips สไตล์อังกฤษแท้ๆที่เป็นเหมือนเอาปลาเนื้อแน่นๆทั้งชิ้นมาทอด ส่วนตัวเราว่าแบบนี้ทานง่ายกว่าค่ะ ถ้าใครที่ชอบทานแบบอังกฤษเราแนะนำว่าอย่าสั่งจานนี้เลยจะดีกว่าค่ะ เพราะว่ามันอาจจะไม่ถูกปากนัก

อาหารอย่างสุดท้ายที่สั่งในค่ำคืนนี้คือ “ขาหมูเยอร์มัน” อร่อยดีค่ะ กรอบดี หลังจากทานจานนี้เสร็จเราทั้งสองคนมีข้อสรุปกันได้เลยว่าร้านนี้ทอดของอร่อยมากกกกกก ทั้งฟรายส์ ปลา ขาหมูทอด ถือว่าดีทุกอย่างเลยค่ะ

ลงอาหารมาจนหมดแล้วเกือบลืมลง signature ของร้าน คือเบียร์ต่างๆมากมายหลายชนิดนี่เองค่ะ วันนี้สบายๆเลยสั่งมาสองแบบค่ะ อันนึงคือเบียร์ผลไม้รสราสเบอร์รี่ และอีกแก้วนึงนี่จำไม่ได้ว่าชื่ออะไรแล้ว 😛

ถ้าใครอ่านรีวิวคราวนี้แล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งชิวๆสบายๆแถวซอยอารีย์ เชิญได้ที่ร้าน HOBS สาขา Aree Garden เลยค่ะ ตั้งอยู่ในซอยราชครู ตรงข้ามกับกระทรวงการคลังค่ะ ถ้าจะเอารถไปก็มีที่จอดเยอะแยะเหลือเฟือค่ะ แต่เราว่านั่งแท็กซี่ดีกว่านะคะ “เมาไม่ขับ“ช่วยกันสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมของเรากันเถอะค่ะ

คืนนี้ Good Night ค่ะ 🙂

2 Comments

Filed under Chill Out, Drinks, Recommended, Taste of Bangkok, Western

นายฮุย…ร้านข้าวแสนอร่อย ณ ตลาดสวนหลวง

หลังจากที่เคยรีวิวก๋วยเตี๋ยวตำลึงนายฮิมไปแล้วตั้งแต่รีวิวแรก วันนี้เลยอยากจะพาไปชิมอีกร้านนึงที่อยู่เป็นคู่ขวัญความอร่อยกับเฮียตำลึงของเรา คือ “ร้านข้าวตามสั่งนายฮุยแห่งตลาดสวนหลวง” สำหรับใครที่เป็นแฟนก๋วยเตี๋ยวนายฮิมก็คงจะคุ้นๆกันดีกับเฮียข้าวตามสั่งร้านข้างๆ ที่ออกจะอัธยาศัยดีต่างจากเฮียตำลึง (สมัยตอนอยู่สวนหลวง เดี๋ยวนี้ย้ายไปแฮ้ปปี้แลนด์เฮียอารมดีขึ้นเยอะเลยค่ะ ใครที่ยังไม่ได้อ่านรีวิวตำลึงตามไปดูได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ http://wp.me/p1lCqP-4 ) ร้านข้าวนายอยู่ทำอาหารตามสั่งได้หลายประเภทตามส่วนผสมที่มี จะบรรยายสรรพคุณไปก็คงไม่หมด ขอยกตัวอย่างอาหารจานโปรดทั้งหลายของจันให้ทุกท่านดูกันเองดีกว่าค่ะ

ไข่เจียวฟูฟ่องน่ากินที่สุดในโลก – ไข่เขียวที่นี่ก็เป็นไข่เจียวใส่ผักทั่วไปเนี่ยล่ะ แต่ว่ารสชาติและสัมผัสกรอบนอกนุ่มในทำให้ไข่เจียวที่นี่พิเศษกว่าที่อื่นอย่างชัดเจน ยิ่งเวลาทานกับข้าวสวยร้อนแล้ว อร้อยยย…อร่อย…

ปลาผัดคื่นช่าย – ปกติจะแฉะๆกว่านี้หน่อย วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรปลามันถึงแห้งๆแปลกๆยังไงก็ไม่รู้

คะหน้าหมูกรอบ – รสชาติดีค่ะ ไม่เค็มเกินไป แต่เสียดายจังที่หมูไม่ค่อยกรอบเท่าไหร่

ข้าวกระเพาหมูสับค่ะ จานนี้ของเด็ดของที่นี่เลยนะ ผัดหมูได้แห้ง แต่หอมไม่มีน้ำมันเละๆแฉะๆข้าว กินแล้วหอมอร่อยดีมากๆๆๆๆๆ ถ้าคุณเป็นคนชอบกินกระเพาจันต้องแนะนำให้มากินที่ร้านนี้เลยจริงๆค่ะ

ให้ดูอีกรูป ใกล้ๆ ชัดๆ ค่ะว่ามันน่ากินแค่ไหน นี่ขนาดเพิ่งกินไปเมื่อวาน เห็นแล้วยังอยากไปกินต่อเลย

หอยลายผัดพริกเผา – จานนี้เป็นจานโปรดที่สุดในร้านแล้วค่ะ พริกเผาที่เอามาผัดรสชาติกลมกล่อมและหอมได้ใจไปเลย 🙂 รสชาติไม่จัดเกินไปทานเล่นๆก็ได้หรือว่าจะทานกับข้าวสวยก็ยิ่งอร่อยค่ะ

นี่คือภาพด้านหน้าของร้านค่ะ คุณลุงด้านซ้ายมือคือเฮียเจ้าของร้านที่เป็นผู้ลงมือปรุงอาหารอร่อยๆให้เราทานกันค่ะ เฮียค่อนข้างเป็นกันเองอัธยาศัยดีมาก แต่ช่วงนี้หลังจากย้ายร้านมาอยู่ตรงนี้ ร้านใหญ่ขึ้นเยอะ จากแค่สามสี่โต๊ะตอนนี้มีเป็นสิบโต๊ะเลย แกดูยุ่งๆกว่าเก่าเยอะเลยค่ะ

ถ้าเคยเป็นแฟนๆร้านนี่แต่ไม่รู้ว่าย้ายไปอยู่ี่ไหนหลังตลาดเก่าโดนทุบ หรือว่าอยากจะไปลองลองชิม สามาไปได้ที่ตลาดสวนหลวงเลยค่ะ พยายามหา 7/11 ที่อยู่ตรงหัวมุมใจกลางของตลาด แล้วลองดูหัวมูมฝั่งตรงข้าม (ทะแยงมุม) แล้วเดินตรงลงมานิดนึงก็จะเจอร้านนี้อยู่ด้านซ้ายมือ

วันเวลาเปิด-ปิด : ข้อมูลจากลูกสาวเฮียบอกว่าปกติร้านเปิดทุกวันไม่ได้กำหนดวันหยุด แต่ว่าโทรมาถามก่อนก็ดีค่ะ เพราะว่าไม่มีกำหนดแน่นอน ถ้าไปซี้ซั้วเจอวันที่ร้านหยุดแล้วอาจจะเซ็งได้ ส่วนเวลาเปิด-ปิด ก็จะเป็ดตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป เวลาปิดไม่แน่ใจ

Tel: 086-820-0515

รีวิวเสร็จถึงเวลาทานข้าวเย็นอีกพอดี วันนี้ขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะคะ ไว้จะกลับมารีวิวอาหารอร่อยๆกันต่อไปค่ะ บ๊ายบายยย

4 Comments

Filed under Recommended, Restaurant Review, Taste of Bangkok, Thai

Le VendOme

เนื่องจากงานเข้ามิหยุดหย่อนเลยต้องห่างหายกันไปนานเลยทีเดียวกับการอัพเดทร้านอาหารอร่อยๆ คราวนี้ได้โอกาสดีขอเริ่มการรีวิวรอบเดือนใหม่กับร้านอาหารที่ได้ไปรับประทานมาสำหรับมือฉลองวันเกิดอายุครบ 24 ปีพอดิบพอดี 🙂 หลังจากเลือกอยู่นานว่าจะไปฉลองกันที่ร้านไหนดี สรุปแล้วก็ไปตกลงปลงใจที่ Le Vendome (ก่อนหน้านี่ตั้งอยู่ที่ตึก M-Thai, All Seasons Place แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 31 ซะแล้วค่ะ) – ตอกแรกก็กล้าๆกลัวๆว่าไปร้านที่ไม่เคยทานมันจะอร่อยมั้ยนะ เราคิดว่าหลายๆคนคงเป็นเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาก็ โอกาสพิเศษทั้งทีวันปกติเราก็ค่อยไปทานร้านประจำแล้วกัน

เมื่อมาถึง..บรรยากาศร้านก็เป็นสไตล์บ้านเดี่ยวสองชั้น และมีที่นั่ง outdoor อยู่ตรงสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้นลอย (แปลกใจล่ะสิ แต่สระว่ายน้ำอยุ่ด้านนอกซึ่งเป็นชั้นลอยจริงๆค่ะ) เข้าไปวันนั้นห้องด้านล่างซึ่งควรจะเป็นโต๊ะเล็กให้นั่งหลายๆโต๊ะถูกจัดรวมกันให้เป็นโต๊ะใหญ่ประมาณ 20 ที่ ก็เหมือนว่าห้องนั้นโดนแปลงให้กลายเป้นห้องส่วนตัวไปโดยปริยาย สำหรับส่วนอื่นๆของร้านก็เป็นห้องเล็กๆ รวมกันสองชั้นน่าจะซักประมาณ 4-5 ห้อง ในแต่ละห้องที่นั้งเป็นโซฟาดูนิ่มๆ และมีทีวีจอแบนติดอยู่ค่ะ สำหรับโต๊ะที่เราได้นั้นเป้นโต๊ะที่อยู่ในห้องที่ใหญ่หน่อยซึ่งถูกจัดให้เป็นโต๊ะทานข้าวสำหรับสองกลุ่ม คือเราและอีกกลุ่มนึง และเนื่องจากมันเป็นห้องเล็กๆแต่ต้องแชร์พื้นที่กับคนที่ไม่รู้จัก ทำให้รู้สึกอึกอัดพิลึกค่ะ สุดท้ายเราเลยตกลงย้ายไปนั่งข้าวล่างกับโต๊ะใหญ่ ถึงจะเสียงดังหน่อยแต่ยังอึกอัดน้อยกว่า – สรุป – สำหรับสถานที่ร้านนี้ เราว่าเหมาะกับการไปเป็นกลุ่มๆแล้วจองห้องส่วนตัวมากกว่าไปกันสอง-สามคน แต่โดยส่วนตัวการจัดการใช้สอบพื้นที่ของร้านดูแปลกๆค่ะ

มาว่ากันถึงเรื่องของอาหารบ้าง เนื่องจากทานกันแค่สองคนเลยสั่งอะไรได้ไม่ค่อยมาก และทั้งคู่ไม่คุ้นเคยกับอาหารฝรั่งเศสเท่าไหร่ (แต่อยากแรดไปกิน) ก็เลยจบด้วยการสั่งอาหารเบสิคของอาหารฝรั่งคือ ลอบสเตอร์ซุป พาสต้า และ สเต๊กค่ะ (ปล. เจ้านายบอกว่า roasted beef ของร้านนี้อร่อยมากกกก แต่ว่ารสชาติจะเป็นยังไงนั้น ต้องอ่านต่อนะคะ)

หลังจากที่รออยู่นานมาก…อาหารจานแรก (นอกจากขนมปัง) ก็มาให้ตกถึงท้องกันซะที จานนี้เป็นกุ้งราสซอสอะไรซักอย่าง ทางร้านให้เป็น complimentary ค่ะ รสชาติก็อร่อยค่ะ แต่อร่อยแบบที่จินตนาการได้ ออกหอมๆ อะไรประมาณนั้นไม่ได้พิเศษอะไร … แต่เราว่ากุ้งมันจุ๋มขิ๋มไปหน่อย น่าจะใช้ของที่มีคุณภาพดีกว่านี้ได้ค่ะ (เอาเถอะ ของฟรี)

จานนี้เป็น lobster soup ค่ะ เราว่ารสชาติธรรมดาค่ะ ดูแปลกดีมีสิ่งที่รูปร่างหน้าตาเหมือนปอเปี๊ยะกุ้งวางอยู่ข้างบนด้วย อ่อลืมบอกไป ล็อปสเตอร์ซุปของที่นี่ใส่ทรัฟเฟิลด้วยค่ะ

จานนี้สิคะ…เด็ด..(จากอาหารทั้งหมดที่สั่งวันนี้ เราว่าพาสต้าจานนี้อร่อยสุดค่ะ) เป็นพาสต้าผัดพริกกระเทียม กับซุปเปอร์ซีฟู้ด – ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารทะเลชั้นดีทั้งหลาย กุ้งตัวใหญ่ๆ ปลาหิมะ ปลาแซลมอน และหอยเชลล์ – แล้วก็ใส่ทรัฟเฟิลอีกแล้ว ส่วนสรรพคุณความอร่อยเริ่มจากเส้นลวกมามีความยืดหยุ่นดีมากๆไม่สุกหรือดิบเกินไป การผัดก็หอมเข้ากับเส้นและไม่แฉะหรือแห้งไป กำลังพอดีสุดๆ เราว่าก็เป็นพาสต้าผัดพริกกระเทียมที่อร่อยมากๆอยู่

จานนี้ Roasted Beef ที่มีคนแนะนำให้มาทานและเป็นสิ่งพิเศษของร้านเลยทีเดียว เห็นว่าถึงขั้นต้องจองกัน (และเราก็ได้จัดแจงจองไว้) พอทานแล้วเราก็คิดว่าลิ้นเราคงไม่สามารถเข้าถึงความอร่อยของมันได้ คือมันก็อร่อยดีค่ะตามสไตล์ Roasted Beef แต่สำหรับเรา roasted beef มันก็เป็น roasted beef วันยังค่ำ อาจจะเป็นเพราะเราชอบสเต๊กแบบย่างมากกว่ามั้งคะ ถ้ายังไงใครที่เป็นคอ Roasted Beef ไปทานมาแล้วช่วยมาคอมเม้นเราหน่อยแล้วกันนะคะ ว่ารสชาติเป็นยังไง สรุปคือ เราค่อนข้างผิดหวังกับจานนี้เพราะสำหรับเรารสชาติมันไม่สมราคาเอาซะเลย (฿ 1,900)

และเนื่องจากเนื้อที่ใหญ่และเยอะจนเกินไป แต่ออกเลี่ยนจนทานไม่หมดก็เลยต้องสั่งพาสต้าอีกจานมาแก้หิวกันหน่อย จานนี้เป็นผัดกับซอสเนื้อสับมะเขือเทศ ซึ่งทำมาจากมะเขือเทศสดและใส่ทรัฟเฟิล (อีกแล้ว) เรื่องรสชาติ สำหรับเราแพ้จานก่อนขาดวิ่นเลยค่ะ เหตุผลสำคัญเลยคือต้มเส้นมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจจะรีบเพราะกลัวเราหิวมันดิบไปค่ะ ยังแข็งๆอยู่เลย 😦 แต่รสชาติของซอสก็อร่อยเรื่อยๆค่ะ

พอทานหมดก็อิ่ม…แต่เลี่ยนใจนึงอยากสั่งของหวาน แต่อีกใจก็ไม่อยากรอเพระาว่ามันนานแน่ๆ สุดท้ายก็เลยเก็บเงินแล้วอพยพกันกลับบ้านดีกว่าค่ะ

โดยรวมแล้วร้านนี้ก็เป็นร้านอาหารที่ดีร้านหนึ่งค่ะ เหมาะกับมาทานกับคุณพ่อคุณแม่ ทั้งเรื่องบรรยากาศร้านและภาระของกระเป๋าสตางค์ บริการของทางร้านก็เอาใจใส่ลูกค้าดีค่ะ แม้ว่าจะมีข้อเสียเรื่องการรออาหารนาน หรือมีปัญหาเรื่องที่นั่ง แต่เราว่าในกรณีของเราคงเป็นเพราะว่าเราไม่ทราบเองมากกว่า ไม่ใช่ความผิดของร้านแต่อย่างใดค่ะ

ถ้าใครสนใจอยากไปลองทาน ติดต่อ Le Vendome ได้ที่นี่เลยคะ

Tel: 0-2662-0530-1

ร้านเปิด: รอบกลางวัน 11.00 – 14.30 และรอบเย็นเวลา 18.00 – 23.00 ค่ะ

1 Comment

Filed under Taste of Bangkok, Western