Tag Archives: เอ็นกาวะ

Sushi Masa 2 @ Thonglor Soi 5

กลับมากันอีกครั้งกลับ Imperial Teaspoon ค่ะ หายหน้าหายตากันไปนานเลย วันนี้จันกลับมาพร้อมกับรีวิวของร้านซูชิสุดฮิตของตอนนี้ Sushi Masa ค่ะ

เมื่อวานนี้จันมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสาขาที่สองของซูชิมาสะที่เพิ่งเปิดดำเนินการได้เป็นวันแรกมา ร้านสองนี่จะตั้งอยู่ที่ทองหล่อ ซอย 5 อยู่ในมุมนึงของร้านอาหาร The Andaman ร้านเก่าแก่ของย่านนั้นค่ะ มาดูดีกว่าค่ะว่าร้านหน้าตาเป็นยังไง

ร้านก็ยังดูเป็นสไตล์เดิมนะคะ มีรูปแบบการแต่งร้านที่คล้ายร้านแรก แต่ตอนนี้โต๊ะในโซนร้านเองยังมีไม่เยอะค่ะ counter จันคิดว่าน่าจะนั่งได้ซัก 15 ที่ และมีโต๊ะเล็กใหญ่อีกประมาณ 7-8 โต๊ะ แต่ว่าหากไปแล้วที่นั่งในโซนซูชิมาสะเต็ม หรือว่าไปทานอาหารที่ร้านอันดามันที่เป็นอาหารฝรั่งแล้วอย่างสั่งซูชิมาทานด้วย สามารถสั่งข้ามไปทานที่ฝั่งนู้นได้ค่ะ ข้อดีของการนั่งทานที่อันดามันก็คงจะเป็น บรรยากาศแบบเงียบเชียบหน่อยๆ ไม่จอแจเหมือนในมาสะ

วันนี้มาทานกันกับเพื่อนๆรวมทั้งหมดสาวๆ 5 คน และได้สั่งอาหารตามนี้เลยค่ะ

Unagi Roll หรือโรลปลาไหล เป็นข้าวปั้นหน้าปลาไหลสอดไส้ด้วยแตงกวา อโวคาโด และไข่หวานค่ะ เมนูนี้น่าจะเป็นเมนูโปรดใครหลายๆคนอยู่ เพราะเวลาไปกินที่ร้านแล้วเห็นคนสั่งกันเกือบทุกโต๊ะเลยนะ รสชาติก็อร่อยอย่างที่นึกออกเพราะเป็นเมนูทานง่ายค่ะ คนไม่กินปลาดิบไปนั่งกะเพื่อนก็สั่งจานนี้มาทานได้สบายๆเลย

ด้านบนนี้คือ Salmon Roll หรือว่าโรลหน้าปลาแซลมอนค่ะ เป็นโรลไส้ไข่หวานห่อด้วยปลาแซลมอนย่างเติมรสด้วยมายองเนสและไข่ปลาแซลมอน ส่วนตัวจันว่าจานนี้จืดๆไปหน่อยค่ะถ้าทานโดยไม่จิ้มอะไรเลย โดยเฉพาะเมื่อทานต่อจาก Unagi Roll แล้วมันไม่ค่อยมีรสชาติอะไรเท่าไหร่

ต่อมาคือ Rainbow Roll หรือโรลสีรุ้ง เป็นโรลที่ปั้นด้วยปลาสองชนิดคือ เนื้อปลาทูน่าแดง (Akami) และปลาแซลมอน ส่วนไส้ข้างในจะมี กุ้ง ปูอัด ไข่หวาน และแตงกวา ค่ะ แต่จันว่าวันนี้โรลมันดูหน้าตาแปลกๆไปหน่อยเพราะปกติโรลประเภทนี้ถ้าทานที่ร้านอื่นอโวคาโดน่าจะถูกปั้นไปพร้อมกัน แต่ว่าวันนี้วางทับมาแบบแปลกๆ

อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะคะ (วันนี้เชฟเป้ไม่ได้เป็นคนปั้นโรล) ปริมาณข้าวเยอะไปหน่อยพอทานแล้วมันไม่ค่อยจะพอดีกับเนื้อปลาและไส้ที่ได้มา พอเคี้ยวๆใกล้ๆหมดคำแล้วมันจะเหลือแต่ข้าวค่ะ สรุปว่าในโรลทั้งสามอย่างนี้ชอบโรลปลาไหลที่สุด เพราะว่าซอสราดปลาไหลของที่นี่มันจะไม่ออกหวานแล้วข้นจนเลี่ยนมากเกินไป มีรสชาติเค็มๆเปรี้ยวๆอยู่ทำให้ทานง่าย

เมื่นรับประทานอาหารเรียกน้ำย่อย (ที่เยอะมาก) กันจนอิ่มแ้ล้วมาเริ่มมันเมนูเด็ดของร้านเลยดีกว่าค่ะ

วันนี้ไม่มีคอมเม้นอะไรกับ Salmon Sashimi และหอยปีกนกเลยค่ะ เชฟเป้ใจดีจัดให้เหมือนก่อน เต็มอิ่มจุใจ เนื้อแซลมอนชิ้นใหญ่ๆ แต่พอดีคำ แล้วหอยปีกนกกรอบๆคุณภาพดีเหมือนแต่ก่อนค่ะ แต่ว่าแซลมอนถ้าใครไม่ชอบทานเนื้อส่วนที่มันๆ จะบอกเชฟไว้ก่อนก็ดีนะคะ เค้าจะได้ตัดส่วนที่ไม่มันมาให้ จันว่าจะทานซูชิและซาชิมิให้อร่อยเนี่ย ต้องขึ้นอยู่กับเชฟและความใส่ใจของเชฟจริงๆ อย่างปลาแซลมอนเนี่ย ถ้าตัดมาชิ้นใหญ่เกินไปเราก็จะกินลำบาก และหอยปีนกเนี่ยวิธีการเตรียม เชฟบางคนบางที่อาจไม่ใส่ใจ หยิบจากตู้หั่นๆใส่จานมาเลย มันจะเปียกๆแฉะๆกินไม่อร่อย แต่อย่างเชฟเป้เนี่ยเค้าจะซับน้ำส่วนเกินออกให้ก่อน ไม่น่าเชื่อนะคะ เทคนิคเล็กๆน้อยๆบวกกับความใส่ใจในการทำอาหารจะทำให้รสชาติต่างกันเลยทีเดียว

มาแล้วสิ่งที่พลาดไม่ได้จะต้องสั่งทุกครั้งที่ไปคือ Engawa (ครีบปลาตาเดียว) ชิ้นขาวๆใหญ่ๆ หอมๆ มันๆ ความรู้สึกในการกินเอ็นกาวะวันนี้ ก็อร่อยค่ะ แต่มันไม่เหมือนแต่ก่อนซะทีเดียว ทราบมาว่าทางร้านเปลี่ยนผู้ส่งปลา ถ้าเป็นแต่ก่อนตอนที่เราไปทานแล้วรู้สึกชอบจริงๆเนี่ย คือ texture ของเนื้อปลาจะมีความมันและความกรุบกรอบผสมผสานกันอยู่ เคี้ยวไปจะมีกรุบๆ แต่ว่าคราวนี้มันเหมือนจะเป็นชิ้นมันที่ละลายในปากได้โดยไม่ต้องเคี้ยว จันว่าจันชอบแบบเก่ามากกว่าค่ะ

นอกจากนี้มีข้อแนะนำถ้าจะสั่งเมนูประเภทที่ต้องจิ้มซอสพอนซึ เช่น เอ็นกาวะ หรือหอยเชลล์ย่างค่ะ ควรจะขอน้ำจิ้มพอนซึแยกมามงเองดีกว่าค่ะ จันว่าแบบนั้นอร่อยกว่า เพราะเมื่อวานที่ไปกินเชฟเค้าราดมาให้เลยแล้วมันรู้สึกไม่ค่อยจุใจทำให้รสชาติไม่ค่อยพอดีเท่าไหร่ค่ะ

อ่าาา และสิ่งนี้ก็มาถึงซะที พระเอกของงานเลยค่ะ foie gras sushi ตับห่านย่างหอมๆ วางบนข้าวพร้อม ราดด้วยซอสเทอริยากิ อร่อยสุดๆจริง ฟัวกราให้แบบไม่งกเลยค่ะ ที่ทานไปทั้งหมด ประทับใจคำนี้ที่สุดเลย เหมือนอย่างที่พูดไปเกี่ยวกัยซอลของโรลปลาไหล ซอสเทอริยากิที่นี่รสชาติทานง่ายจริงๆ

อันนี้เป็นซูชิหอยเชลล์ค่ะ หอยเชลล์ตัีวใหญ่ๆอ้วนๆ นุ่มนิ่ม ทานง่ายกะ หอยค่อนข้างสุกเพราะผ่านการเผามาก่อนค่ะ ทานกับน้ำจิ้มพอนซึ

สุดท้ายนี้เป็นเมนูแก้เลี่ยน Californian style spicy tuna เป็นทูน่าเนื้อแดงซาชิมิหั่นเป็นทรงลูกเต๋าให้พอดีคำคลุกกับซอสมายองเนสรสเผ็ด แก้่เลี่ยนจากการทานเอ็นกาวะและฟัวกราได้เลยค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น การรับประทานอาหารวันนี้ก็คงหมดลงเท่านี้ค่ะ ไปกันสาวๆ ห้าคนทานเยอะไม่ไหวจริงๆ ถ้าใครอยากดูรีวิวอาหารอื่นๆของซูชิมาสะ สามารถตามดูได้ในลิงค์นี้เลยค่ะ https://imperialteaspoon.wordpress.com/2011/05/18/sushi-masa-by-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89/ มีอาหารเมนูอื่นๆเยอะแยะมากมาย

ข้อแนะนำในการรับประทาน

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีนะคะว่าร้านนี้ค่อนข้างเป็นที่ฮอตฮิตในหมู่นักกินทั้งหลาย บรรยากาศค่อนข้างจอแจ เสียงดังเหมาะกับการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง กินเป็นครอบครัว หรือทานในหมูเพื่อนร่วมงาน แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ แต่เนื่องจากเป็นร้านดัง และคนไปทานกันเยอะ คิวการได้โต๊ะ และเมื่อถึงโต๊ะแล้วอาจจะต้องใช้เวลาในการรออาหารนานอีกนิดนึงซึ่งอาจจะทำให้หลายๆคนที่ไปด้วยอารมหิวๆไม่พอใจกันได้ จันคิดว่าตอนนี้ทางร้านคงพยายามปรับปรุงจุดนี้กันอยู่นะเพราะ เพราะฉนั้นแล้ว ถ้าใครอยากจะไปทานซูชิมาสะ คงต้องเตรียมใจรออาหารนิดนึงค่ะ หรือว่าถ้าไปทานร้านใหม่ที่ทองหล่อนี่ก็สั่งอาหารจากร้าน ดิ อันดามัน ไปพลางๆก่อนละกันนะคะ กินให้อร่อยด้วยกินด้วยสุขภาพจิตที่ดีค่ะ

และข้อเท็จจริงอีกอย่างคือ ซูชิมาสะ อาจไม่ใช่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุด หรือร้านซูชิที่เป็นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม หรือเป็นร้านซูชิราคาถูกที่หลายคนอาจจะไปครั้งแรกด้วยความเข้าใจอย่างงั้น และอาจจะไม่ประทับใจในคุณภาพ ราคา (ซึ่งจริงๆไม่ได้ถูกเลย ถ้าสั่งเมนูนอกเซ็ทและของที่มีราคาแพง) หรือบริการของร้าน แต่จันคิดว่าร้านมาสะก็มีจุดเด่นเฉพาะตัว ในการเกิดกว้างการกินซูชิให้คนเข้าถึงได้ง่าย โดยรูปแบบการดำเนินการของร้านที่เป็นกันเอง ไม่ได้ดูหรูหรา หรือทำให้คนทานรู้สึกเกร็งในการเข้าไปนั่งในร้านอาหาร ทำให้ผู้ทานรู้สึกว่าซูชิเป็นอาหารที่กินง่ายขึ้นค่ะ ไม่รู้ว่าคนอื่นๆเห็นด้วยกับข้อนี้มั้ย แต่จันเห็นว่านี่คือจุดเด่นสำคัญของซูชิมาสะค่ะ

Advertisements

1 Comment

Filed under Asian, Japanese, Restaurant Review, Taste of Bangkok

Mugendai Sushi & Tempura Bar

เนื่องจากช่วงนี้เป็น sushi fever เลยขออัพเดทร้านซูชิติดๆกันซะหน่อยแล้วกันนะคะ ครั้งนี้จะพาทุกคนไปร้าน Mugendai Sushi & Tempura Bar ค่ะ (หลายๆคนคงเคยได้ยินชื่ออยู่แล้วเพราะเป็นร้านดังค่ะ เพื่อนจันหลายๆคนก็คิดว่าร้านนี้เป็นร้านที่อร่อยสุดในกรุงเทพแล้วล่ะตอนนี้ – งั้นต้องตามมาดูกันเลยว่าจริงอย่างที่คุยรึป่าว)

Mugendai เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นซูชิและเทมปุระ ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 ของตึก Grass ทองหล่อ เมื่อเดินเข้าไปจะมีลิฟท์ส่วนตัวสำหรับรับส่งลูกค้าขึ้นไปยังชั้น 7 โดยที่ร้านมีทั้ง counter bar / นั่งโต๊ะ / ห้องส่วนตัว / outdoor มีบรรยากาศหลากหลายสไตล์ให้ลูกค้าได้เลือกนั่งได้ตามแบบที่ชอบค่ะ เหมาะสำหรับทั้งมาเป้นกลุ่ม เป็นคู่ หรือว่ามานั่งเฮฮากับเพื่อนอากาศชิวๆหน้าหนาวด้านนอกได้เลย

พอเปิดลิฟท์ขึ้นมาก็จะเจอ sushi bar น่าจะมีที่นั่งประมาณสิบที่ได้ค่ะ จะมีพนักงานต้อนรับหน้าตาน่ารักๆยืนต้องรับอยู่่ค่ะ

มองเลยไปก็จะเห็นเชฟที่ตั้งใจทำอาหารกันอย่างขะมันเขม้น

สังเกตุว่าตู้แช่ปลาของที่ร้านนี้จะเน้นปลาและเนื้อซูชิชนิดอื่นที่เตรียมไว้แล้วเป็นชิ้นเพื่อรอตัดให้ลูกค้ามากกว่าการโชว์ปลาเป็นตัวๆอย่างบางร้าน เช่น มารุ ทำเป็นต้น

ดูของเรียกน้ำย่อยกันพอสมควรแล้ว คราวนี้ถึงเวลาของพระเอกอย่างซูชิชั้นเยี่ยมต่างๆกันดีกว่าค่ะ

ชิ้นแรกเลยคือกุ้งหวาน Botan Ebi อันนี้เป็นกุ้งหวานตัวใหญ่ เติมท็อปปิ้งด้วยมันกุ้ง หอมมากๆ (อย่างที่ร้าน Sushi Masa ก็มี Botan Ebi แต่ว่าจะเผาหัวกุ้งมาแทะเล่นกันเอง) กุ้งหวานแบบนี้จะต่างกับ Ama Ebi ที่เป็นกุ้งหวานตัวเล็กใส่มาในซูชิทีละสองถึงสามตัวที่หลายร้านนิยมใช้กัน เนื้อของ Botan Ebi จะแน่นกว่ามาก และคุณภาพของที่ร้าน Megendai นี้ดีอย่าบอกใครเชียว

ชิ้นนี้เป็นชูโทโร่ค่ะ (Chutoro) ขึ้นชื่อว่าโทโร่ทุกคนคงนึกถึงส่วนที่ดีที่สุดของปลาทูน่า ส่วนท้องที่มีชั้นไขมันแทรกอยู่ ชูโทโร่เป็นส่วนที่มันรองจากโอโทโร่ค่ะ และสำหรับชูโทโร่ชินนี้ อยากจะบอกว่าดีมากกกกกก คิดว่าอร่อยสุดเท่าที่เคยกินมาในเมืองไทยละ ไม่มันจนเกินไป ชั้นไขมันละลายกับส่วนเนื้อของปลาได้อย่างลงตัว อุณหภูมิของปลาที่เชฟเตรียมไว้กำลังพอเหมาะกับการกิน ไม่เย็นจนเกินไป (เคยไปทานบางแล้วแล้วเนื้อปลาเย็นเกินไปทานไม่รู้รสเลยค่ะ) ที่ร้านนี้จะมีเทคนิคพิเศษคือเอาเนื้อปลาชูโทโร่มาสับกับต้นหอมเพื่อเพิ่มรสชาติค่ะ แปลกดี

หลังจากได้ชิมสุดยอดชูโทโรแล้ว คราวนี้ความอยากถามหา สั่งโอโทโร่ (Otoro) มาลองชิมเลยดีกว่า ลองสังเกตุดูรูปข้างล่างดีๆนะคะ ไขมันจะดูเยอะกว่า ลายการแตกตัวของไขมันดูสวย ดูไปดูมาเหมือนเนื้อวัวมากกว่าปลา ฮ่าๆๆ ที่จริงจันก้อไม่ได้ดูอะไรเป็นหรอกค่ะว่าอย่างไหนดีหรอไม่ดี แต่แค่เห็นแล้วอย่างงี้มันดูสวยดีเน้อะ แตดตัวดี ท่าทางน่าอร่อย แต่พอลองทานดูแล้วก้ออร่อยค่ะ แต่ไม่เท่าที่คาดหวังไว้ มันๆไปหน่อย ไขมันกะเนื้อไม่เข้ากันดีกว่าที่คิดไว้ อาจจะคาดหวังมากไปหน่อย แต่ว่าชอบชูโทโร่มากกว่านะ

กินมันๆไปสองชิ้นละ มากินไข่หวานแก้เลี่ยนกันหน่อยดีกว่า เนื้อไข่ดูเนียนๆดีค่ะ หวานๆตามชื่อ แต่ว่ากลิ่นไข่มีมากไปหน่อย รู้สึกเหมือนกินไข่เจียวเลย ที่เห็นอย่างงี้ข้างในมีข้าวอยู่นะคะ

หลังจากทานของแก้เลี่ยนไปแล้วเรากลับมาเมนูหลักกันต่อดีกว่าค่ะ ซูชิหอยปีกนก คำนี้ไม่มันหอยปีกนกกรุบกรอบสดกำลังพอดีเลยยค่ะ เป็นหอยปีกนกที่อร่อยมาก (ชอบมากกว่าหอบปีนกสดๆของร้านมารุอีกแฮะ)

ชิ้นข้างๆหอยปีกนกที่สั่งมาทานติดกันคือเอนกาวะ (Engawa) หรือว่าครีบปลาตาเดียวนั่นเอง ซูชิชนิดนี้อย่างที่ทราบกันดีว่าเริ่มมาบูมมาดังกันเอาจริงๆก็จากมิยาทะเกะ และซูชิมาสะเนี่ยล่ะ เอนกาวะของ Mugendai อย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ หน้าตารูปลักษณ์นั้นสมส่วน เนื้อดูแน่น ชิ้นไม่หนาพอดีคำย่างด้วยไฟอ่อนๆให้น้ำมันละลายออกมาเพื่อเพิ่มความหอมย่างเช่นร้านอื่นๆทำ แต่ว่าข้อแตกต่างของที่ร้านนี้และร้านอื่นคือเอนกาวะของที่นี่จะย่างแล้วปรุงรสด้วยมานาวและเกลือแทนที่จะทานกับน้ำ ponzu อย่างร้านอื่นๆค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้คือความหอมสดชื่นของกลิ่นมานาวแล้วรสชาติเปรี้ยวๆเค็มๆที่ลงตัวเมื่อผสมกับเกลือ ก็แปลกไปอีกแบบนะคะ จันได้ลองอ่านรีวิวของท่านอื่นๆ บางท่านก็ชอบแบบจิ้มพอนซึมากกว่าค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบ ต้องลองเองค่ะ แต่ที่แน่ๆเลยเอนกาวะของที่นี่คุณภาพเยี่ยมสุดแน่นอน

คราวนี้ถึงตาของก้ามปูกันบ้างคะ ต้องขอโทษด้วยที่จำไม่ได้จริงว่าชื่อภาษาญี่ปุ่นเค้าเรียกกันว่ะอะไร ก้ามปูอันนี้อร่อยดีค่ะ เนื้อปูหวานๆหยอดหน้าข้างบนด้วยมันปู สีสวยตัดกันดี คำนี้ก็เป็นซูชิที่ควรค่าแก่การสั่งอีกคำนึงเลยค่ะ

ตามกันมาติดๆด้วยซูชิไข่หอยเม่น (Uni) ในขณะนี้มูเกนไดไม่มีไข่หอยเม่นสดแบบเป็นตัวๆเพราะว่าช่วงนี้ไม่ใช่หน้าของมันค่ะ แต่ว่าแค่แบบนี้ก็หอมอร่อยดีนะคะ ไม่มีกลิ่นคาว แต่เท่าที่ชิมดูรสชาติไม่ได้ต่างจากไข่หอยเม่นของซูชิมาสะเท่าไหร่นักค่ะ

คำต่อมานี้เป็นซูชิเนื้อโกเบค่ะ ชั้นของไขมันในเนื้อโกเบจะน้อยกว่ามัสซึซากะหน่อยค่ะ จะได้รสชาติของเนื้อวันมากกว่า ซูชิเนื้อของมูเกนไดจะเป็นข้าวที่ห่อด้วยเนื้อที่แล่บางๆค่ะ กินง่ายเคี้ยวเข้าไปปุ๊บละลายเข้ากะข้าวได้พอดี แต่ส่วนตัวแล้วจันว่านะคะ ถ้าอยากจะรับประทานเนื้อกัน ไปสั่งเนื้อซุปเปอร์กิวที่กิวกิว เต้ ทานเลยน่าจะสะใจกว่าค่ะ

หลังจากทานนู่นนี่นั่นไป ก้อเลิกไม่ถูกแล้วค่ะว่าอยากจะทานไรต่อ เชฟเค้าก็เลยช่วยแนะนำเป็นปลากิมเมะได (ท่านที่อ่านรีวิวของซูชิมาสะคงจำกันได้ว่ากิมเมะไดคือปลาตาโตสีแดงๆตัวใหญ่ๆค่ะ) ไอ้เราก้อกล้าๆกลัวๆยังไม่อยากสั่งเพราะจำได้ว่าที่มาสะหลังๆทานกิมเมะไดไม่ค่อยอร่อย เชพเค้าก้อคงอยากให้ลองมากค่ะเลยให้ชิ้นเล็กๆมาลองชิมดู ปรากฎว่า เฮ้ย อร่อยแฮะ ย่างไฟอ่อนๆกำลังพอดี หนังกรอบได้ที่ ไขมันจากหนังปลาละลายออกมาเพิ่มความหอม เนื้อปลาไม่แข็ง ที่จริงก็เป็นเมนูที่น่าสั่งค่ะ แต่เห็นว่าไหนๆได้ชิมฟรีแล้ว ลองสั่งอย่างอื่นดีกว่า ฮ่าๆๆ

หมดมุขการสั่งซูชิละคะ เพราะว่าหลายๆอย่างที่ชอบทานอย่าง ปลาหมึกขาว (Ika) กุ้งลายเสือ หรือว่าจะเป็นปลาทู (Aji) ของหมดค่ะวันนี้ ก็เลยพอก่อนแค่นี้ดีกว่าสำหรับซูชิ แต่ที่จริงแล้วมีอย่างอื่นน่าทานอีกเยอะเลยนะ ปลาไหลจะมีทั้งสามแบบ Unagi / Anago / ปลาไหลทะเลที่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร อย่างตับห่านของที่นี่ก็น่ากินมากเลยค่ะ สวยงามมากๆ แต่ไม่ไหวละ ไว้คราวหลังค่อยว่ากันนะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขอเชิญชมอาหารประเภทอื่นที่นอกจากซูชิีดีกว่าค่ะ ตามชื่อร้านนะคะ มูเกนไดจะขึ้นชื่อทั้งซูชิและเทมปูระ ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเทมปูระค่ะ ที่อยู่ในจากก็จะเป็นกุ้งและปลาหมึกค่ะ ส่วนตัวคิดว่าเทมปูระที่นี่ไม่ได้พิเศษค่ะ ชอบซูชิมากกว่าเยอะเลย มันไม่ได้กรอบอะไรมากมาย

อันต่อมานี่รู้สึกว่าพลาดมาก แอบเซ็งพนักงานที่แนะนำอาหารเรานิดนึงว่า ของแบบนี้ไม่น่าแนะนำว่าควรสั่งเลย เทมปูระไข่ค่ะ คือเราเห็นชื่อเราก็อยากรู้อ่ะนะว่ามันเป็นยังไง แล้วก้อบ้ายุตามเค้าเลยสั่งมา โอโห้ เมือเห็นและยิ่งชิม นี่มันไข่แดงทอดดีๆนี่เอง ก็ยังดีนะที่ไข่ยังเป้นยางมะตูม แต่ 160 บาทก็ไม่คุ้มอ่ะค่ะ ทอดไข่ดาวไส่แม็กกี้ที่บ้านอาจจะคุ้มกว่า อิอิ

เนื่องจากกลัวไม่อิ่มเลยสั่ง rolls มาด้วยที่นึงค่ะ รู้สึกว่าจะเป็น crispy roll เป็นไส้ scicy salmon กะกุ้งเทมปูระค่ะ ก็อร่อยดี แต่เรื่อง rolls นี่ตอนนี้ยังถูกใจ Isao ที่สุดอยู่

นอกจากนี้ยังลองสั่งโซบะมาทานด้วยค่ะ ที่นี่โซบะเย็นอร่อยดี เส้นลวกได้กำลังไม่และเกินไป ซอสโซบะก็อร่อยค่ะรสชาติกำลังดี คิดว่าก็เป็นเมนูที่น่าสั่งอีกจานนึงสำหรับคนชอบอาหารประเภทเส้นนะคะ

หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย ก็มี complimentary เล็กๆน้อยๆจากทางร้านเป็นเมลอน (ญีปุ่นทั้งคะ) หอมๆหวานๆมาให้ทานกันให้ชื่นใจค่ะ

เมื่อทานเสร็จอิ่มหนำสำราญแล้วก็เป็นอันกลับบ้านค่ะ

ใครที่อยากไปทานมูเกนได แนะนำว่า ควรโทรของหรือสอบถามล่วงหน้าว่ามีปลาอะไรเข้าอะไรหมดค่ะ เพื่อความไม่ผิดหวังในการรับประทานนะคะ

และสามารถติมตามโปรโมชั่นหรือสอบถามทางร้านได้ที่ http://www.facebook.com/mugendaibkk

หรือที่เบอร์ 02 726 9222 ค่ะ

ทาให้อร่อยกันนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

Leave a comment

Filed under Japanese, Recommended, Taste of Bangkok