Tag Archives: sashimi

Sushi Cyu @ Eight Thonglor

สวัสดีค่ะ Imperial Teaspoon กลับมาอีกแล้ว วันนี้พามาชิมอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆแถวซอยทองหล่อกันค่ะ ร้าน Sushi Cyu เป็นร้านซูชิที่ตั้งอยู่ที่ตึก Eight Thonglor ไม่บอกก็รู้ว่าต้องตั้งอยู่ที่ทองหล่อซอยแปดแน่นอน เป็นตึกเดียวกันกับที่มี Pan Pacific ค่ะเข้าจากถนนสุขุมวิทก่อนถึงแยกตรงโออิชิจะอยู่ทางขวามือเลย สังเกตุง่ายค่ะ เข้าไปลงที่จอดรถใต้ดิน ร้านตั้งอยุ่ที่ชั้นสามค่ะ ใกล้ๆร้านตัดผม Park & Bomb สวาๆที่ชื่นชอบร้านตัดผมสไตล์เกาหลีอาจจะรู้จักดีค่ะ

ต้องขอโทษจริงๆที่ไปแล้วหิวมาก เลยไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปร้าน หรือหน้าร้านมาให้ดู ถ้ามีโอกาสไปใหม่เมื่อไหร่จะถ่ายมาเพิ่มเติมให้นะคะ แต่ขอบอกเลยว่าร้านบรรยากาศดีมากค่ะ เหมาะทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็น business dinner หรือ ทานกันเองกับครอบครัวหรือเพื่อนเพราะมีทั้งที่นั่งที่เป็นห้องส่วนตัวสไตล์ญี่ปุ่น และที่นั่งที่ Sushi bar ค่ะ

ร้านนี้มีชื่อเต็มๆว่า “Sushi Cyu & BBQ Carnival” จากชื่อก็คงรู้กันแน่ๆว่ามีอาหารสองประเภทค่ะ ซูชิและปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่ร้านจะแบ่งเป็นสองโซนคือ โซนซูชิ และโซนปิ้งย่าง แต่ก็สั่งข้ามกันได้ค่ะ ถ้าใครอยากทานสองอย่างก็นั่งที่โซนปิ้งย่างได้เลย ปิ้งไปด้วยทานซูชิไปด้วย แต่ว่าถ้าไม่อยากหัวเหม็นมีกลิ่นวันกลิ่นเนื้อติดตัว ก็นั่งโซนซูชิค่ะ เดี๋ยวเค้ามีบริการย่างมาให้เสร็จสรรพ แต่อย่างว่านะคะ จะกินปิ้งย่างทั้งที ต้องทำเองสิถึงจะสะใจ

วันนี้จันสั่งมาหารเป็นเซ็ทซูชิแบบ Chef’s selection หรือ Omakase ค่ะ โดยส่วนตัวจันคิดว่าราคาค่อนข้างสมเหตุสมผลนะคะ 1380 บาท สำหรับซูชิจานนี้และซุปค่ะ

Omakase แต่ละวันก็ไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไหร่ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่ามีปลาชินใดบ้าง แต่ที่แน่ๆเลยคือทุกชิ้นคือสิ่งที่อร่อยที่สุดที่เชฟตั้งใจเลือกสรรมาให้เราได้ทานค่ะ ลองดูอีกเซ็ทกันดีกว่าว่าต่างกันยังไงบ้าง

สองเซ็ทนี้ต่างกันที่คำที่สองค่ะว่าจานแรกเป็น Hirame แน่เนื่องจากในจานหลัง Hirame หมดเลยได้ Engawa (ครีบปลาตาเดียว) มาทานแทน อิอิ ของชอบพอดีเลยค่ะ

คราวนี้เรามาดูกันชัดๆดีกว่าว่าแต่ละจานเชฟให้อะไรเรามาบ้าง….. >.<

เริ่มจากชิ้นแรก โอโทโร (Otoro) ส่วนที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดของปลาทูน่าค่ะ กินแล้วต้องละลายในปากเลยดีเดียว ดูจากภายนอกลายสวยใช้ได้ค่ะ แต่ส่วนตัวจันไม่ค่อยชอบส่วนี้เท่าไหร่เพราะว่ามันยังจะมีเอ็นติด ถ้าชอบเลยเนี่ย จะเป็นส่วนสันคอมากกว่า เอ็นจะน้อยลายไขมันจะแทรกตัวอยู่กับส่วนของเนื้อปลา

ชิ้นข้างๆกันเลยคือ Hirame ไม่แน่ใจว่าภาษาไทนคือปลาอะไร ถามเชฟมาแล้วแต่ก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี ต้องขอโทษจริงๆค่ะ เนื้อของปลาชนิดนี้ ก็อคล้ายๆปลาเนื้อขาวหลายๆอย่าง จะมีความเด้งดึ๋งอยู่ ความรู้สึกเมื่อได้กินเนื้อชนิดนี้มันจะเด้งๆ เคี้ยวสนุกดี แปลกดีค่ะ ทานต่อจากโอโทโร่จะรู้สึกถึงความต่างจากชัดเจน เนื้อปลาทูน่าจะไม่เด้ง จะออกนุ่มมากกว่าในขณะที่ Hirame จะเคี้ยวแล้วดึ๋งๆ ต้องลองแล้วจะรู้ค่ะ

ชิ้นต่อมาที่มีขิงและต้นหอมสับวางอยู่ด้านบนคือ ปลาทู หรือ Aji ค่ะ เป็นปลาที่จันชอบมากๆ ชนิดนึงเลยค่ะ ความสดและกรุบกรอบของปลา ประกอบกับความหอมสดชื่นของขิงและต้นหอมสับ พอทานเข้าไปแล้วมันรู้สึกสดชื่น และ refresh รสชาติอาหารเพื่อนกินคำต่อไปได้ดีจริงๆ Aji เป็นปลาที่ไม่มันและไม่เลี่ยนเลย เนื้อแน่นไม่เละ ใครที่ไม่ชอบทางซูชืเพราะคิดว่าปลาดิบเละๆแหยะ จันอยากขอให้ลองทาน Aji ดูค่ะ ซูชิคำนี้อาจจะเปลี่ยนทรรศนคติของคุณต่อซูชิเลยทีเดียว 🙂

ข้างๆกันคำถัดไปคือกุ้งหวานแบบตัวใหญ่ (Botan Ebi) เนื้อกุ้งแน่นไม่เละ เพราะว่าอาจจะมีบางร้านที่กุ้งไม่ดีเท่าไหร่มันอาจจะเละๆ แต่ที่ Sushi Cyu ไม่และเลยค่ะ เนื้อหวานไม่มีกลิ่นคาว เชฟปั้นข้าวมาพอดีกับเนื้อกุ้ง กินแล้วดีค่ะไม่เหลือเนื้อกุ้งให้เคี้ยวเยอะไป จิ้มโชวยุแล้วอร่อยมากๆ

ซูชิไข่หวาน ทำเป็นไข่หวานสอดไส้ด้วยข้าวซูชิค่ะ จันชอบแบบนี้มาก ไข่หวานของที่นี่อร่อยค่ะ ความหวานกำลังดี ไม่มีกลิ่นไข่หลงเหลือให้แอบรู้สึกเหมือนกำลังกินไข่เจียว แต่อย่าว่าอย่างงู้นอย่างงี้เลยนะ จันยังชอบข้าวห่อสาหร่ายไส้ไข่หวานในวิลล่าแถวบ้านมากสุดอยู่ดี 79 บาทได้ตั้งสองแท่งอิ่มทั้งมือเลย ฮ่าๆๆ (ไม่ค่อยเกี่ยวกันเลย ถ้าใครบ้านอยู่แถววิลล่าอารีย์ หรือผ่านไปผ่านมาแถวนั้นลองเข้าไปในซุปเปอร์แล้วลองชิมดูค่ะ ไข่หวานกะปูอัดอร่อยจริงๆ แล้วจันชอบกินแบบให้ค้างคืนไว้หนึ่งคือแล้วค่อยกินเป็นอาหารเข้า เข้าจะจับตัวเป็นเม็ดพอดี)

ชิ้นหน้าสุดคือซูชิหอยสังข์ค่ะ เห็นด้างข้างของหอยม้วนๆอย่างงี้มันยังไม่เพิ่งตายเลยนะคะ สดมากๆ เหมือนกับว่าเซลล์เค้ายังไม่ตายยังขยับได้อยู่เลย เชฟเพิ่งแกะออกมาสดๆจากเปลือก โอยย เห็นแค่นี้จันก็แย่แล้วค่ะ ไม่อยากทานเลย แต่ไหนๆก็ได้มาแล้ว เป็น Chef’s Selection ซะด้วย ต้องทำใจลองซะหน่อยแฮะ สุดท้ายก็กินเข้าไป แต่ปรากฎว่าไม่ไหวจริงๆค่ะ เนื้อแน่นกะกรุบมาก แต่สิ่งที่แย่คือมันยังขยับในปากเราทุกครั้งที่เรากัดเนี่ยสิคะ กินไม่ได้จริงๆ สุดท้ายต้องคายออกมาค่ะ แล้วก็จะจำไว้ว่า ถ้าสั่งชุดนี้จะต้องบอกว่าทานชิ้นหอยสังข์นี่ไม่ได้จริงๆ ถ้าใครใจแข็งกับความรู้สึกนี้ได้ก็ต้องลองดูค่ะ

ถัดไปเห็นหน้าค่าตากับบ่อยๆกับเจ้าซูชิไข่หอยเม่น (Uni) แต่แหม Uni ที่นี่รูปร่างหน้าตาสวยงามน่ากินน่าทานจริงๆ ตอนที่จันโทรไปถามว่าที่นี่มี Uni สดมั้ย (ด้วยความเข้าใจที่ว่าแบบสดคือแบบที่อร่อยกว่าเหมือนของมาสะ) แต่ทางร้านก็บอกว่าไม่มีสด มีแต่แบบฟรีซ พอลองไปทานดูแบบ ฟรีซของที่ร้าน Sushi Cyu อร่อยพอๆหรืออาจจะอร่อยกว่าแบบสดของมาสะเลยค่ะ พอคุยกะเชฟก็เลยเข้าใจว่าแบบสดเนี่ยเค้าจะหมายถึงแบบที่เป็นตัวๆแล้วผ่าออกมากเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ จะเป็น freeze หมดแล้วความอร่อยก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเนื้อ Uni เอง ถ้าจะให้จันเทียบแล้ว ถ้าเป็นคนทีชอบแล้วอยากสั่งทานเยอะๆ ทานที่ Sushi Masa น่ะจะดีกว่าค่ะ คุ้มราคากว่าเยอะเลยเพราะว่าคุณภาพไม่ต่างกันมากกว่านั้น แต่ถ้าอยากจะทานที่อร่อยเลยจริงๆเนี่ย ลอง Maru ทองหล่อซอย 3 ค่ะ (คำละ 600 บาท) อร่อยแน่นอน

พ้นจากไข่หอยเม่นเราก็มาเจอกับเจ้าซูชิไข่ปลาแซลมอนกันต่อ (Ikura) ดูรูปร่างกลมๆสุกใสของไข่ปลาก็พอเดาได้แล้วว่าคุณภาพดีแน่ แล้วก็จริงอย่างที่คิด กัดเข้าไปในปากไข่ปลาค่อยๆแตกออกทีละเม็ดให้ความมันและรสเค็มที่แช่โชวยุซึมออกมาผลมกับข้าวซูชิ นี่ขนาดว่าจันไม่ค่อยชอบกิน Ikura เพราะส่วนมากจะเค็มไปหน่อย กินของร้านนี้แล้วยังชอบเลย

ให้ดู Uni กับ Ikura ชัดๆกันอีกรูปนึงค่ะ

ซูชิคำสุดท้ายในเซ็ทคือ Anago เข้าใจว่าเป็นปลาไหลทะเลค่ะ ย่างไฟอ่อนๆราสด้วยซอลปลาไหล ที่ร้านให้เนื้อปลามาเยอะมากคลุมข้าวซูชิมิดเลย ก็อร่อยอีกเหมือนเคย แต่จันคิดว่าซูชิประเภทนี้อร่อยง่ายค่ะ น้ำปลาไหลหวานๆก็อร่อยละ ฮ่าๆ

นอกจากซูชิทั้งหมดที่ให้นำเสนอให้ดูกัน เซ็ท Omakase นี้ยังมีข้าวปั้นให้เรากินกันตาย กลัวไม่อิ่มกันอีกค่ะ สิ่งที่มาคู่กับเซ็ทนี้คือข้าวห่อสาหร่ายไส่ Negitoro หรือว่าปลาโทโร่สับกับต้นหอมค่ะ คนชอบ Negitoro คงน้ำลายสอกันละ แต่ว่าจันไม่ชอบกลิ่นต้นหอมค่ะเลยเฉยๆกินยังไงก็ไม่ชอบอยู่ดี

และนี่ก็คือหมดเซ็ท Omakase ของ Sushi Cyu แล้วค่ะ ต่อจากนี้เรามาดูเซ็ทถัดไปที่จันสั่งดีกว่าค่ะ เป็น Sushi Set ที่รองลองมาจาก Omakase คือ Superior Set ราคา 980 บาท ซึ่งมีหน้าตาดังนี้ค่ะ

ดูอลังการงานสร้างไม่แพ้กับเช็ทแรกเลยนะคะ ลองมาดูใกล้กันดีกว่าว่าประกอบไปด้วยซูชิชนิดไหนบ้าง

ชิ้นแรกของจานนี้คือชูโทโร่ (Chutoro) ลองสังเกตุดูดีๆชูโทโร่ชิ้นน้จะดูแปลกๆอยู่นิดนึง ตรงส่วนปลายดูไม่มีมันดูไม่ต่างจากอาคามิซึ่งคือเนื้อปลาทูน่าธรรมดาเลยแฮะ จันคิดว่าคงตัดเนื้อปลามาเกินมั้งคะ ถึงหน้าตาจะไม่สวยเท่าไหร่แต่พอลองชิมแล้วอร่อยใช่ย่อยเลยค่ะ หลังจากที่จันทางทานเทียบดูทั้งโอโทโร่และชูโทโร่ ปรากฎว่าชอบชูโทโร่มากกว่าแฮะ คงจะเป็นเพราะไม่มันจนเกินไปค่ะ

ชิ้นต่อมาที่เห็นข้างๆกันก็คือครีบปลาตาเดียว (Engawa) วิธีการทำก็น่าจะคล้ายๆกับร้านอื่นๆคือเผาไฟอ่อนๆให้มีกลิ่นหอมและเนื้อสุกนิดหน่อย แต่ว่าแทนที่ลูกค้าจะต้องนำมาจิ้มน้ำจิ้มพอนซูเอง เชฟได้วางหัวไชเท้าบดและราดด้วยน้ำจิ้มพอนซูมาแล้วเรียบร้อย คุณภาพของ Engawa ที่นี่ถือว่าดีใช้ได้ค่ะ กรุบๆมันๆ แล่มาชิ้นบางๆซึ่งทำให้เวลาทานกับข้าวซูชิแล้วละลายหมดไปพร้อมกันพอดี (บางทีของมาสะเชฟใจดีให้เยอะมาก ชิ้นหนา และถ้าย่างไม่สุกดีจะเหลืออยู่ในปากก่อนข้าวหมด รสชาติจะไม่เข้ากันเท่าไหร่ แต่ว่าถ้าวันไหนมาสะทำได้พอดี จันชอบแบบที่มาสะมากกว่าค่ะ)

ชิ้นแดงๆด้านซ้ายนี่คือ Akami หรือเนื้อปลาทูน่าค่ะ สีสวยั้ยคะ แดงสดดูน่าทานจังเลย เป็นเนื้อที่ดีค่ะ ไม่มีไขมันแทรกให้เห็น กินแล้วจะไม่ค่อยรู้สึกเลี่ยนเท่าไหร่

คำถัดมาคือหอยเชลล์ค่ะ เนื้อหอยหวานมากกกกกกกก อยากให้ได้ลองจริงๆ หอยเชลล์ที่นี่สดค่ะไม่ต้องเอาไปย่างไฟอ่อนๆก็กินได้เลย และเนื่องจากเชฟตัดมาชิ้นไม่หนากินแล้วเลยไม่รู้สึกหยุ่นๆในปากทำให้กินง่ายขึ้นอีกเป็นกองค่ะ

ชิ้นนี้จำได้ว่าอร่อยดีค่ะ แต่ต้องขอโทษผู้อื่นทุกท่าจริงๆเพราะว่าจันจำไม่ได้เลยว่าปลาชิ้นนี้คือปลาอะไร ขอติดไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปตามหาคำตอบมาให้เมื่อมีโอกาสได้ไปทานใหม่

และแล้วก็มาถึงปลาหมึก (Ika) ของโปรดของเรา ตั้งแต่ตอนที่เชฟเตรียมอาหารอยู่แล้ว จันเห็นแล้วที่ใจมากเลยค่ะที่เชฟตัดปลาหมึกให้เป็นเส้นบางๆอยา่งงี้ ชอยมากๆๆๆ เพราะว่าปลาหมึกเป็นเนื้อที่เหนียวอยู่แล้ว ถ้าเสิร์ฟแบบเป็นชิ้นแล้วหั่นหนาเกินไป (ซึ่งเกิดขึ้นกับร้านซูชิในเมืองไทยหลายๆร้าน) จะทำให้เคี้ยวไม่ขาดทานไม่อร่อยเลยค่ะ แต่พอหั่นเป็นเส้นบางๆอย่างงี้แล้ว ทานง่ายมาก ชอบจังเลย

Ikura ก็เหมือนกันกับในเซ็ทด้านบนค่ะ

ถึงจะเป็นเซ็ทที่ราคาย่อมเยาว์ลงมาหน่อย แต่เชฟก็คงกลัวเราไม่อิ่มเลยมีข้าวห่อสาหร่ายมาให้กินกันตายอีกเช่นกัน แต่สำหรับเซ็ทนี้เป็น tuna roll หรือ Akami นั่งเองค่ะ เราก็กินอร่อยเลยเพราะชอบมากกว่า negitory อยู่แล้ว (ความชอบไม่เกี่ยวกับราคา หรือความแพวของอาหารค่ะ 🙂 )

เป็นภาพ Close up ของซูชิที่อยากให้ดูใกล้ๆกันค่ะ ขนาดของซูชิที่นี่จะข้อนข้างเล็ก ถือว่าทานพอดีคำค่ะ จันชอบ และเท่าที่จำได้ก็คิดว่าร้านนี้เนี่นละปั้นไซส์ใกล้เคียงกับ Kyubei ที่ทานที่ญี่ปุ่นที่สุดแล้ว ส่วนตัวจันคิดว่าการปั้นซูชิคำเล็กๆประมาณนี้เหมาะสุดสำหรับการกินค่ะ ผู้รับประทานจะได้รับรู้รสชาติของอาหารอย่างพอเหมาะ อย่าลืมกันนะคะ ว่าซูชิไม่ได้อยู่ที่ปลาดีอย่างเดียว ทั้งอุณหภูมิ การเตรียม รสชาติข้าวซูชิ ความลงตัวของปริมาณข้าวและปลา ทุกอย่างถ้าสอดคล้องจันจะทำให้ได้ซูชิรสเลิศออกมากค่ะ (พูดตามการ์ตูนเจ้าหนูซูชิที่เพิ่งอ่านเลยนะเนี่ย กำลังอินค่ะ ฮ่าๆ)

หลังจากที่ทานเซ็ทหมดกันและ ก็ยังไม่พอค่ะ อยากทาน Engawa ต่อก็เลยสั่งมาอีกสองคำ กินให้จุใจกันไปเลย

เพื่อความอิ่มสมบูรณ์ของมื้อเย็นเรา ก็เลยลองสั่งโซบะเย็นซะหน่อย เส้นลวกออกมาสุกกำลังดีค่ะ ไม่สุกเกินไปทำให้มีความรู้สึกหนึบๆอยู่ แต่ว่าข้อผิดพลาดของที่นี่คือเอุณหภูมิของเส้นมันไม่เย็นค่ะ เป็นเหมือนอุณหภูมิห้องปกติ ซึ่งจันคิดว่าสิ่งที่ผู้สั่งโซบะเย็นคาดหัวงคือความเย็นของเส้นให้รู้สึกสดชื่น ไม่ฝใช่พึ่งพาอาศัยความเย็นของซอสโซบะเพียงอย่างเดียวค่ะ ถ้าเทียบแล้วโซบะเย็นที่ Maru ยังเป็นที่หนึ่งอยู่ค่ะ

หลังจากอ่านรีวิวฉบับนี้แล้ว ถ้าใครสนใจอยากทานซูชิคิว ลองเข้าไปชมเว็ปไซต์ของร้านได้ที่ http://www.sushicyu.com/english.htm

ร้านมีสองสาขา สาขาแรกอยู่ที่ชั้นสาม อาคาร All seasons place ถนนวิทยุ โทร 02 251 1995 และอีกที่อยู่ที่ตึก Eight Thonglor โทร 02 713 8312 ค่t ลองโทรสอบถามวันที่ปลาเข้าก่อนนะคะ จะได้ไม่มีสิ่งที่อยากทานหมดค่ะ แต่ที่จริงแล้วร้านนี้ปลาเข้าบ่อยค่ะ อาทิตย์ละสามครั้งโดยประมาณคือ อังคาร ศุกร์ และอาทิตย์

ถ้าลองแล้วมีข้อเสนอแนะ หรือติชมอะไรเพิ่มเติมก็รบกวนเล่าสู่กันฟังนะคะ จันจะได้เก็บไว้เป้นข้อมูลเพื่อพัฒนารีวิวของ Imperial Teaspoon ต่อไปค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

Advertisements

Leave a comment

Filed under Asian, Japanese, Recommended, Restaurant Review, Taste of Bangkok

Sushi Masa by เชฟเป้

ตามที่ได้สัญญาไว้ในรีวิวของร้าน Miyatake ว่าจะมาลงรูปรีวิวร้านใหม่ที่เชฟเป้ย้ายมาอยู่คือ SUSHI MASA ที่ซอยพญานาค โดยส่วนตัวจันว่าร้าน Miyatake นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องความสดใหม่ของทูน่าและโทโร่แล้ว เนื่องจากเป็นตัวแทนนำเข้าเองโดยตรง ความอร่อยของร้านก็อยู่ที่เชฟที่ทำอาหารด้วย ตั้งแต่สมัย เควิลเลจ และฟูจิซุปเปอร์ ทุกๆคนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากับเชฟเป้ ซึ่งเป็นพ่อครัวที่มีอัธยาศัยดี เป็นกันเองกับลูกค้า และทุ่มเทในการทำซูชิอร่อยๆให้เราทาน ณ วันนี้เชฟเป้ได้ย้ายออกมาดูแลร้านอาหารญี่ปุ่นของโรงแรม Siam Savanna ที่ซอยพญานาค (ติดกับรถไฟฟ้าราชเทวี) เมนูอาหารก็คล้ายๆเดิมกับที่มิยาทะเกะ อาหารหลักจะเป็นซูชิ แต่ว่าที่นี่คำนึงถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้นจะจัดให้มีอาหารจานร้อนอย่างอื่นเพิ่มขึ้นด้วย เช่น ข้าวหน้าหมูซีอิ้ว เนื้อซีอิ้ว หรืออุด้งร้อน และนอกจากจานร้อนเหล่านี้ยังมียำอีกหลายอย่างทั้งสไตล์ไทยและญี่ปุ่นให้เลิกทานกันได้อย่างเพลิดเพลินค่ะ

พูดไปคงไม่เห็นภาพ ลองมาดูรีวิวกันเลยดีกว่า

ป.ล. นอกจากซูชิที่จันรีวิว ข้าวหน้าต่างๆและข้าวปั้นหน้าอื่นๆที่มิยาทาเกะมี ซูชิมาสะก็มีหมดค่ะ 🙂

ยำหนวดปลาหมึกขาว – หนวดปลาหมึกที่สดและกรุบกรอบจากทะเลระยองคลุ้กเคล้ากับน้ำยำรสแซ่บ เมนูนี้เพิ่มมาจาก miyatake ค่ะ (ถ้าอยากทานแนะนำว่าไปประมาณวันอังคารวันพุธค่ะ ของสดจากทะเลระยองจะเข้าวันอังคาร ถ้าไปเสาร์อาทิตย์มีสิทธิหมดได้ แต่เชพก็บอกว่าจะพยายามให้เอาของลงบ่อยขึ้นค่ะ) มีคนบอกว่ายำปลาหมึกที่นี่อร่อยกว่าไปทานสดๆที่เรือตกปลาหมึกอีกนะคะ

ยำหนวดปลาหมึกเหมือนข้างบนค่ะ แต่เป็นแบบไม่เผ็ด – ใส่หัวไขเท้า และน้ำ Ponzu เปรี้ยวๆอร่อยไปอีกแบบ

ยำหนวดปลาหมึกยักษ์ (Tako) จากทะเลเมืองจีนค่ะ ร้านนี้ปลาหมึกยังอร่อยมากๆเลยนะคะขอบอก คือเราลองหลายที่แล้ว เราคิดอยู่อยู่ที่การต้มและเตรียมวัตถุดิบค่ะ ปกติเราไม่ค่อยชอบกินหนวดปลาหมึกยักษ์เพราะว่ามันจะเหนียวๆและจืดๆ แต่ว่าของที่นี่อร่อยจริงๆค่ะ ไม่เหนี่ยวเคี้ยวง่าย

Ika Sashimi – ซาชิมิปลาหมึกขาว ส่งมาจากทะเลที่ระยองโรยหน้าด้วยไข่กุ้ง หนึบๆหวานๆ ถ้าใครชอบทานปลาหมึกขาวต้องชอบที่นี่แน่ะนอน

จานเด็ดของเชฟเป้เค้าค่ะ Hokkigai Sashimi หอยปีกนกที่ถูกเตรียมมาอย่างถูกวิธี ดูสดใสน่าทาน รสชาติหวาน ทานกับวาซาบิและซีอิ้วอร่อยกำลังดี ถ้าไม่เคยทานต้องลองจริงๆค่ะ ไม่เหมือนกับที่อื่นจริงๆ

แซลมอนจากนอร์เวย์คุณภาพดี ดูสิคะ ลายกำลังสวยเลย ไม่มันไม่เลี่ยนจนเกินไปค่ะ เชฟเป้ใจดีตัดให้ชิ้นใหญ่ตลอดเลย 🙂

ข้าวปั้นหน้าไข่หวาน ใส่ใข่เยอะๆ อร่อยดีค่ะ เป็นของโปรดเราตั้งแต่เด็กๆแน่ะ

Engawa Sushi (ซูชิครีบปลาตาเดียว) เป็นเมนูดังมาตั้งแต่สมัยร้าน Miyatake ค่ะ แต่ถ้าได้อ่านรีวิวเก่าเกี่ยวกับร้านมิยาทะเกะของจันจะสังเกตุได้ว่า เอ็นกาวะมันดูเปลี่ยนไปนิดหน่อย เชฟเป้อธิบายว่า Sushi Masa สั่ง engawa มาจากคนละเจ้ากันมันเลยดูแปลกตาไปหน่อย ส่วนตัวจันชอบแบบเก่าที่มิยาทะเกะมากกว่าค่ะ รสจะออกมันๆกว่าเคียวกรุบๆกว่า แบบใหม่ที่ซูชิมาสะจะออกเหมือนติดเนื้อปลาหน่อยๆค่ะ ก็แล้วแต่คนชอบนะคะ โดยรวมก็ยังอร่อยอยู่ดี

สองชิ้นด้านบนทำเป็นซูชิธรรมดา ส่วนสองชิ้นล้างสับเป็บชิ้นเล็กๆเอามาห่อสาหร่ายค่ะ อร่อยคนละแบบ

Engawa เต็มๆกันอีกรูป

ซาบะซูชิ ย่างไปอ่อนๆ หอมกำลังดีเลยค่ะ เราว่าอร่อยกว่าทานสดนะ

Ikura (ไข่ปลาแซลมอน) ลูกกลมสดใสได้รูป แช่ซีอิ้มหอมๆกำลังดีไม่เค็มเกินไป เวลาทานกัดเข้าไปได้รสชาติเค็มๆหวานๆอร่อยมากๆๆๆๆเลยค่ะ (จะทานเป็นซูชิอย่างงี้ หรือจะสั่งเป็น salmon-ikura don ก็อร่อยไม่แพ้กันค่ะ ถ้าสั่งเป็น don อาจจะคุ้มกว่า)

Hotate Sushi (หอยเชลล์) เนื่องจากหอยเชลล์ที่ร้านตัวใหญ่มาก จันเลยชอบที่จะให้หั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆแล้วย่างไฟมันจะได้ความหอมมากกว่าค่ะ และทานง่ายด้วย จะแยกออกมาทานเล่นได้ หรือทานพร้อมข้าวเลยก็ได้ค่ะ

ซูชิหอยแครง – เวลาทานความรู้สึกจะออกกรุบๆเด้งๆ แปลกดีค่ะ

Aji Sushi (ปลาทู) หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าปลาทูเมืองไทยทำเป้นซูชิทานสดๆกับ ขิงและต้นหอมเนี่ย อร่อยไม่แพ้กับปลานำเข้าจากต่างประเทศเลย เราชอบค่ะ

Amaebi Sushi (ซูชิกุ้งหวาน)  – ที่มิบาทะเกะไม่มีค่ะ กุ้งหวานที่ sushi masa มีสองแบบคือ ตัวเล็กและตัวใหญ่ แล้วแต่วันนะคะว่าวันไหนของแบบไหนจะเข้า ส่วนตัวเราคิดว่ารสชาติใกล้เคียงกันค่ะ สำหรับคนที่ชื่นชอบกุ้งหวาน ณ ตอนนี้ที่นี่มีแล้วนะคะ มาที่เดียวทานได้หลายอย่างเลย

Matsusaka Sushi – ซูชิเนื้อวัวชั้นดี มีมันแตกลายแทรกอยู่ในชั้นของเนื้อ นำไปแช่ซีอิ้วและย่างไฟอ่อนๆก่อนมาปั้นเป้นซูชิ ทานคู่กับกระเทียม เพอร์เฟคมากเลยค่ะ

Gindara Sushi – ปลาหิมะนำไปแช่ซีอิ้วมาย่างไฟอ่อนๆ คล้ายๆกับเนื้อด้านบน ออกมาให้รสชาตินุ่มนวลหอมซีอิ้ว อร่อยอีกแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ

อันนี้ไม่แน่ใจว่าใช่ปลาหิมะเหมือนข้างบนรึป่าวค่ะ แต่หน้าตาไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่เลย :p

หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ้ว เป็น complementary จากเชฟเป้ค่ะ

Uni (ไข่หอยเม่น) สดๆเลยค่ะ ไม่ได้หมักซีอิ้วอะไรทั้งนั้น ไม่มีกลิ่นคาวเลย คนที่ชอบทานไข่หอยเม่นต้องชอบกันแน่ๆเลยค่ะ

มาเป็นกล่องแบบนี้ค่ะ ตามที่เชฟบอกส่วนมามาอาทิตย์ละกล่อง หมดเร็วมากๆเลยค่ะ รู้สึกว่าจะมาทุกวันพุธ ถ้าอยากทานโทรเช็ค หรือว่าเช็คเฟซบุ๊คของร้านได้ค่ะ

Otoro ค่ะ ลายสวยๆ อร่อยตามปกติของโทโร่ค่ะ

โอโทโร่ชิ้นใหญ่ๆเลยค่ะ นี่คือชิ้นที่แล่ออกมาเป็นสองชิ้นข้างบน

ปลา Kinmedai หรือว่าปลาตาโตค่ะ เอามาย่างไฟอ่อนๆทำเป็นซูชิ อร่อยมากๆเลยค่ะ รสชาติจะออกมันๆ แต่ว่าเนื้อแน่นๆ (จริงๆจันชอบมากกว่าโอโทโร่อีกค่ะ)

มีหอยอื่นๆอีกค่ะ หอยแครง (สีส้ม) แล้วก็หอยอะไรอีกไม่แน่ใจค่ะ ไว้ได้ชื่อแล้วจะมาอัพเดทนะคะ

ปลาตาโตค่ะ ลองสังเกตุสิคะ ตาโต๊ โต….. 🙂

รู้สึกว่าสต็อกรูปของจันจะหมดซะแล้ว ที่จริงยังมีอีกหลายอย่างมากมายที่ลืมถ่ายรูปมาให้ดูเพราะมันแต่กิน ลืมถ่ายค่ะ ยังไงจันไปทานที่นี่บ่อยๆอยู่แล้ว เดี๋ยวจะถ่ายและมาอัพเดทเพิ่มเติมให้ทุกคนได้ดูกันนะคะ **แต่ขอย้ำเลยนะ ใครที่ชอบทานซูชิไม่ควรพลาดร้านนี้จริงๆค่ะ Sushi Masa**

ภาพหน้าร้านค่ะ แต่ว่าตอนนี้ร้านขยายแล้ว ทั้งที่เพิ่งเปิดได้แค่เดือนเดียวเท่านั้น มีประมาณสิบโต๊ะได้ค่ะ

สามารถนำรถไปได้ ลานจอดรถกว้างขวางจอดสบาย หรือว่าจะนั่ง BTS ลงสถานีราชเทวีแล้วเดือนเช้าไปในซอยพญานาคก็ได้ เข้าไม่ไกลค่ะ

Sushi Masa เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่

Monday – Thursday : เที่ยง – 10.00 PM

Friday – Sunday : เที่ยง – 11.00 PM

http://www.sushimasabangkok.com

Bon Apetit ค่ะ 🙂

Tel:

11 Comments

Filed under Asian, Japanese, Recommended, Taste of Bangkok

Sushi@Miyatake

ต้องขออนุญาตเอา Sushi Miyatake ออกจาก recommended list นะคะ เพราะว่าเนื่องจาก Chef เป้ พ่อครัวที่เราชื่นชอบได้ย้ายออกจากมิยาทาเกะไปเปิดร้านของตัวเองชื่อ SUSHI MASA ที่ ซอยพญานาค (ซอยข้างโรงแรมเอเซีย) ตรง bts ราชเทวีเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้นเมนูแนะนำด้านล้างนี้ ถ้าใครสนใจอยากทาน จันแนะนำให้ไปทานที่ Sushi Masa ของเชฟเป้แทนนะคะ รับรองว่ารสชาติ และวัตถุดิบดีไม่แพ้กันเลยค่ะ 

รีวิวของซูชิมาซะจะตามมาอัพเดทเรื่อยๆต่อไปนะคะ 🙂

___________________________________________________________________

หลังจากที่ได้รีวิวอาหารไปหลายแบบแล้ว  คราวนี้ก็ถึงตาของอาหารโปรดที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างซูชิกันซะหน่อย คราวนี้เราจะไปทัวร์ร้าน Miyatake ค่ะ ใครที่เป็นนิยมชมชอบปลาดิบน่าจะเคยทานหรือได้ยินชื่อเสียงของร้านนี้ผ่านหูกันอยู่บ้าง เค้าเป็นผู้นำเข้าปลาดิบรายใหญ่ของไทยเลยค่ะ มีอยู่ทั้งหมด 5 สาขาด้วยกัน (ถ้าเราจำไม่ผิด) ที่ K-Village, Isetan, Tokyu มาบุคญครอง, Fuji Super สุขุมวิท 33/1, และ Fuji Super สุขุมวิท 39

วันนี้เราจะพามาชิมกันที่ Fuji Super สุขุมวิท 33/1 ร้านเป็นร้านเล็กๆนั่งที่เค้าท์เตอร์ได้ 3 ที่ และมีโต๊ะเล็กๆอีกสองโต๊ะ นั่งได้โต๊ะละ 2 ที่ค่ะ เหมือนอย่างทุกครั้ง วันนี้เมื่อเราเดินเข้าร้านไปก็จะมีเสียงที่คุ้นเคยจาก “เชฟเป้” ที่รอทักทายลูกค้าด้วยความกระตือรือร้น (ปกติเราเป็นขาประจำที่เค-วิลเลจค่ะ แต่เมื่อซักเดือนนึงที่ผ่านมาเชฟเป้ย้ายจากสาขาเค-วิลเลจมาที่สาขานี้ เราก็เลยตามมาทานค่ะ) เราจะถือว่าเป็นลูกค้าประจำของเชฟเป้เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเมื่อตอนที่อยู่ K-Village เราไปทานประมาณอาทิตย์ละสองครั้งได้ (ลดความอ้วนอ่ะค่ะ อาหารลีนๆมันหายาก เลยต้องพึ่งปลาดิบ)

ตอนแรกๆที่ไป เนื่องจากร้านนี้เค้าดังเรื่อง Toro, Tuna, Engawa & etc… เราก็ลองสั่งซูชิหลายๆหน้ามาทาน โทโร่เค้าก็ถือว่าอร่อยแล้วเมื่อเทียบกับมาตรฐานร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทย ส่วนตัวเราว่าดีพอๆกับ Maru, โชกุน หรือ Nippon Tei เลยทีเดียว แต่ก็อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลย เราชอบโทโร่ที่เราเคยทานที่ Ginza Kyubei ที่ญี่ปุ่นมากกว่า มันอร่อยมากจนเราไม่อยากจะทานโทโร่ที่ไหนอีกเลย (พูดไปก็เหมือนเว่อร์ แต่จริง – เดี๋ยวโพสต์ต่อไปเราจะมี Special Review สำหรับร้าน Kyubei ที่ญี่ปุ่นละกันนะคะ) ทานเรื่อยๆเริ่มลงตัวค่ะ จนเดี๋ยวนี้เราจะมี combo set ที่เวลาเราไปทุกครั้งจะสั่งแบบเดิมซ้ำๆ ยกเว้นว่าบางวันที่เชฟเป้จะแนะนำว่าวันนี้ปลานี้มีมาเป็นพิเศษ หรือว่าชิ้นนี้นี่อร่อยจริงๆต้องลอง และคอมโบเซ็ทของเราก็มีตามนี้เลยค่ะ

1. Salmon-Ikura Don

จานนี้เป็นข้าวหน้าปลาดิบประเภทหนึ่งซึ่ง top ด้วยเนื้อปลาแซลมอนย่างไปอ่อนๆ จะสุกเฉพาะด้านนอกแค่ยังคงความนุ่มของเนื้อปลาดิบด้านในเอาไว้ เพียงแค่ย่างไฟอ่อนๆให้มีความหอมของเนื้อปลาออกมา ส่วนอีกด้านหนึ่งของจากจะเป็นไข่ปลาแซลม่อนที่ชุ่มไปด้วยซอสโชวยุ รสชาติกำลังดีไม่เค็มจนเกินไป ทำให้เวลาที่เรากินจานนี้ไม่จำเป็นต้องจิ้มโชวยุอีกเลย และเมื่อทานคู่กับไข่หวานโรยงาและสาหร่ายญี่ปุ่นที่อยู่ด้านล่าง ความหวานของไข่และกลิ่นหอมของงา บวกกับรสเค็มๆของไข่ปลาแซลมอนทำให้เกิดรสชาติที่ลงตัวมากๆสำหรับเมนูนี้ เราต้องขอขอบคุณในความสร้างสรรค์ของร้าน Miyatake ที่มีเมนูอร่อยๆนี้ขึ้นมา

อ่อ…ลืมไปอีกอย่างค่ะ ข้าวซูชิของที่นี่เเด็ดมาก อุณหภูมิและความเปรี้ยวกำลังพอดี สามาทานเล่นได้เลยค่ะ และที่สำคัญไม่แฉะและเหนียวหนึบติดมือติดตะเกียบ อันนี้ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของเชฟเป้จริงๆค่ะ เราเคยไปทานตอนที่เป็นเชฟคนอื่นทำ โดยส่วนตัวเราว่าเชฟเป้ทำอร่อยกว่า

ส่วนขิงดองของที่นี่ก็อร่อยดีเหมือนกันนะคะ ปกติเราเป็นคนไม่ชอบทานขิงดอง แต่ว่าที่นี่ไม่เผ็ดและไม่มีกลิ่นเราพอทานได้ค่ะ ถ้าใครที่ชอบทางขิงดองเราว่าคงจะโปรดปรานขิงดองของที่นี่กันเลยทีเดียว

2. Saba/Hokkigai Sashimi

จานนี้ต้องถือว่าพิเศษซักหน่อยเพราะว่าปกติแล้วเราจะสั่ง Tako/Hokkigai ค่ะ แต่ว่าวันนี้เนื้อซาบะที่ร้านดูดีมากเลยอดไม่ได้ที่จะสั่ง

  • Saba – วันนี้ซาบะที่ร้านเนื้อแน่นอร่อยค่ะ เราลองชิมดู รสชาติของเนื้อมันเหมือนกับสุกแล้ว ก็งงค่ะว่าเอาไปต้มมาแล้วรึเปล่า ด้วยความสงสัยเลยถามเชฟดู คำตอบที่ได้คือปลาซาบะแบบนี้เชฟเค้าจะนำไปหมักเกลือแล้วแช่น้ำส้มสายชูค่ะ ปลาดิบเมื่อโดนกรดมันเลยสุกนี่เอง
  • Hokkigai – หรือที่เรารู้จักกันในนามหอยปีกนก เราคิดว่าน่าจะสุกแล้วนะคะ สัมผัสมันหนึบๆดี เนื้อออกรสหวานค่ะ อยากให้ลองสังเกตุที่ภาพดูว่าสีสันและรูปร่างนั้นดูสีสดใส ไม่ได้ดูซีดๆเหี่ยวๆเหมือนทั่วไป ปกติเราก็ไม่ค่อยทานค่ะ แต่ว่าลองได้ทานที่นี่แล้วติดใจเลย
  • Tako – ขอรีวิวเพิ่มเติมสำหรับเมนูประจำแล้วกันนะคะ อยากจะบอกว่าทาโกะที่นี่ อร่อยมากกกกก….. เราไม่ชอบกินปลาหมึกยักษ์ค่ะ จะชอบปลาหมึกขาวมากกว่า เนื่องจากร้านส่วนมากที่ทำปลาหมึกยังมันจะเหนียวๆไม่ค่อยอร่อย ให้ความรู้สึกเหมือนเคี้ยวยางลบ แต่ว่ามีวันนึง ตอนที่เรานั่งทานอยู่ที่ K-Village เจ้าของร้านซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นเค้าแนะนำให้ลองว่าของเค้าอร่อยมาก เราเลยลองดู ปรากฎว่าอร่อยจริงแฮะ ปลาหมึกยักษ์ที่นี่ หนึบแต่เคี้ยวง่าย แถมรสชาติก็ดีออกเค็มๆนิดนึง ไม่น่าเชื่อว่าปลาหมึกยักษ์จะรสชาติอย่างงี้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาสั่งตลอดเลยค่ะ คู่กับหอยปีนกเนี่ยล่ะ

3. Ika Sashimi

ปลาหมึกขาวซาชิมิจานนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเหมือนเคย เหนียวๆกำลังดีแต่ความอร่อยเราว่าอยู่ในระดับ average ไม่ได้โดดเด่นกว่าร้านอื่นค่ะ โดยส่วนตัวเราชอบที่ Nippon-Tei มากกว่า

4. Engawa Sushi/Gunkan-Maki

และแล้วของดีก็ต้องมาหลังสุดค่ะ “Engawa” หรือครีบปลาตาเดียว พระเอกของค่ำคืนนี้ ซูชิคำนี้อาจจะไม่ค่อยมีในเมนูของร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป แต่สำหรับ Miyatake ซูชิครีบปลาตาเดียวคำนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของร้านไม่แพ้โทโร่เลย การทาน ซูชิ engawa มีสองแบบด้วยกัน คือทานแบบย่าง หรือว่าจะทานแบบดิบ ที่มิยาทาเกาะเค้าจะเสิร์ฟแบบย่างไฟอ่อนๆค่ะ เราเคยทานทั้งแบบย่างและแบบดิบที่ร้านอื่นๆ เราว่าที่ผ่านมา engawa ที่มิยาทาเกะเนี่ยล่ะ อร่อยที่สุดแล้ว

  • Engawa Sushi – รูปทางด้านซ้ายจะเป็นซูชิแบบ nigiri ซึ่งเวลาไปสั่งเชฟก็จะทำแบบนี้มาให้ เป็นซูชิที่วางหน้าด้วย engawa ชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวโรบเกลือเล็กน้อยย่างไฟอ่อนๆให้น้ำมันจากครีบปลาไหลซึมลงไปในข้าว น้ำมันจากครีบปลาที่โดนย่างไฟนี้จะมีกลิ่นหอมมาก เมื่อจิ้มกับน้ำจิ้ม Ponzu ที่ออกรสเปรี้ยวๆหน่อยแล้วเวลาเคี้ยวมันจะมีรสชาติหอมมันของครีบปลาตาเดียวย่างวิ่งผล่านอยู่ในปาก บอกได้คำเดียวค่ะ ว่าอร่อยที่สุดจริงๆ
  • Engawa Gunkan-Maki – เป็นเมนูพลิกแพลงนิดหน่อยโดยการนำ engawa มาหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โรยเกลือแล้วย่างไฟก่อนที่จะเอามาโปะบนข้าวซูชิค่ะ เนื่องจากครีบปลาตาเดียวย่างแสนอร่อยของเราได้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว ซูชิชิ้นนี้จึงต้องทำเป็นแบบกึนกัน เพื่อเให้สาหร่ายมาเป้นกำแพงร้มรอบไม่ให้ครีบปลาของเราตกค่ะ เราคิดว่าแบบกึนกันก็อร่อยไปอีกแบบนึง เหมือนว่าน้ำมันจากครีบปลาออกมาเยอะกว่า (อาจจะเป้นแค่ความรู้สึกของเราเอง) แต่ว่าเวลาตอนแรกที่เราสั่งเป้นนิกิริ จะตบท้ายคำสุดท้ายก่อนคิดเงินเป็นกึนกันเสมอค่ะ

วันนี้เราเห็นเนื้อโกเบดูสวยดีเลย เลยเกิดความอยากจนทำให้ต้องสั่ง Kobe Sushi มากิน และก็อร่อยเหมือนทกครั้งที่ผ่านมา รสชาติของเนื้อและมันของเนื้อโกเบที่โดนย่างด้วยไฟอ่อนๆละลายรวมกันอยู่ในปาก บอกกับรสเปรี้ยวเล็กๆของน้ำจิ้ม Ponzu ที่เอาไว้ทานคู่กับของย่าง มันอร่อยจนอยากเบิ้ลอีกคำเลยล่ะค่ะ

อาหารสำหรับวันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้พร้อมกับเราที่กินจนพุงกาง คราวนี้เราก็ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงส่วนนี้ลงเมนูของที่ร้าน และรูปของเชฟเป้ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของมือนี้ให้ทุกท่านได้ชมนะคะ

Good Night ค่ะ 😉

7 Comments

Filed under Asian, Japanese, Restaurant Review, Taste of Bangkok