Tag Archives: sushi bar

Ginza Kyubei ซูชิติดดาวกับห่วงยางพาชิม

โพสต์นี้เป็น Sushi Fever ต่อจากที่ review ร้าน Miyatake ตามที่รับปากเอาไว้เราขอใช้โอกาสนี้รีวิวร้านซูชิสุดอร่อยที่ไปไกลถึงโตเกียว แดนแห่งปลาดิบกันหน่อย ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อปีก่อน เดอะ แก็งค์ ทุกท่านลงความเห็นกันว่ายังไงซะเพื่อไม่ให้เสียชาติเกิด การมาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ต้องลองร้านติดดาว Michelin ให้ได้ และแล้วหลังจากทำ research มากมายบวกกับคำแนะนำของเพื่อนชาวญี่ปุ่น เดอะ แก็งค์ของเราก็มาลงเอยอยู่ที่ร้าน Ginza Kyubei

GINZA KYUBEI FACT SHEET

  • เป็น Edo style ซูชิ ซึ่งเป็นแบบนี่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
  • ได้รับรางวัล Michelin Star มา 1 ดาว หลายปีซ้อน
  • สาขาดั้งเดิมคือที่ Ginza แต่ตอนนี้มีสาขาย่อยอีก 4 สาขาด้วยกัน ตั้งอยู่ตามโรงแรมใหญ่ๆในโตเกียวและโอซาก้า

จากคำแนะนำของเพื่อนชาวญี่ปปุ่นและความสะดวกสบายในการเดินทาง พวกเราก็ได้มาถึงร้าน Kyubei สาขา Hetel Okura เพราะเค้าเป็นร้านดังไม่ใช่ซูชิจานหมุนที่ต่อคิวยืนต่อคิวรอหน้าร้าน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดพวกเราจึงโทรจองโต๊ะและสั่งอาหารไว้ก่อนแล้ว โดยสั่ง Okamase (Chef’s Selection) ซึ่งเป็น sushi set ที่เชฟจะสร้างสรรค์ขึ้นมาจากของที่ดีที่สุดของแต่ละวัน ซูชิบางชิ้นก็จะไม่มีให้สั่งในเมนูปกติ (ส่วนตัวเราว่าคุ้มมากเลยค่ะ ที่นี่ราคาเพียงแค่ Yen 10,000)

เมื่อเข้าไปในร้าน Kyubei ก็พบว่าเป็นร้านอาหารเล็กๆตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรม Okura ไม่ได้ดูหรูหราแฟนซีเหมือนที่จินตนาการไว้ การตกแต่งเป็นสไตล์ห้องญี่ปุ่นแต่งด้วยไว้เรียบๆ มีที่นั่งที่เค้าท์เตอร์ 16 ที่และโต๊ะใหญ่อีก 3 โต๊ะ เนื่องจากพวกเรามีกันทั้งหมดหกคน เราจึงจองเป็นโต๊ะนั่ง แต่พอมองไปที่เค้าท์เตอร์มีทั้งฝรั่งญี่ปุ่นนั่งกินและคุยกับเชฟกันอย่างสนุกสนานเฮฮาก็เกิดอาการแอบอิจฉาตาร้อนอยากจะนั่งแบบนั้นบ้าง แต่ความอิจฉาก็อยู่ได้แค่แป็บเดียวเมื่อพนักงานเสิร์ฟในชุดกิโมโนได้เดินมาและดึงความสนใจของพวกเราไป เธอเดินเค้ามาถามว่าเพื่อความแน่ใจว่า พวกเราต้องการที่จะรับประทานอาหารสำหรับค่ำคืนนี้แล้วหรือยัง และมีใครที่มี special need ที่ไม่สามาทานอะไรได้หรือไม่ เมื่อถามไถ่ทุกอย่างเสร็จสิ้น และแล้ว….ซูชิที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง (เราต้องขอโทษทุกคนไว้ก่อนเลยนะคะที่ไม่สามารถบรรยายสรรพคุณหรือชื่อของซูชิบางชิ้นได้ ตอนนี้ไม่ค่อยได้ตั้งใจที่จะถาม เพราะมัวแต่ปลาบปลื้มกับรสชาติอาหาร)

นี่คือจานแรกค่ะ เราก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าชิ้นไหนเป็นปลาอะไรบ้าง รู้แต่ว่าอร่อยมาก ปลาหมึกขาวอร่อยเป็นพิเศษเลย สำหรับวิธีการเสิร์ฟอาหาร เราลองคุยกับเชฟดู เค้าจะบอกว่าจะแยกตามรสชาติของปลา จะเสิร์ฟมาทีละชุดเล็กๆเพื่อให้ลิ้นของพวกเราได้ชิมรสชาติของอาหารที่เค้าตั้งใจทำขึ้นมาแต่ละชิ้น ให้รสชาติค่อยๆพัฒนาขึ้น เพราะว่าเวลาพวกเราสั่งกันเองตามใจชอบบางทีรสชาติมันผสมปนเปกันอยู่ในปาก ไม่สามารถดึงความอร่อยของเนื้อปลาออกมาได้อย่างที่สุด เชฟจึงบอกว่าการทานแบบ Okamase เป็นวิธีกินที่ทำให้ซูชิมีรสชาติดีที่สุดค่ะ

จานนี้เป็นสุดยอดโทโร่ค่ะ แค่ตอนแรกที่มาวางเราเห็นลายเนื้อของโทโร่ก็ตกใจแล้วค่ะเส้นไขมันเป็นลายกระจายอยู่ทั่วชิ้นปลา พอทานเข้าไปแล้ว โอ้โห กลิ่นของวาซาบิสดอ่อนๆที่ไม่มีรสเผ็ดเลย ใส่มาได้พอดีกับข้าวแล้วชิ้นปลาเลยค่ะ – ลืมบอกไปว่าที่นี่เค้าไม่ให้วาซาบิเพิ่มนะคะ เซฟจะเป็นผู้กำหนดว่าควรทานยังไงเท่าไหร่

Uni ในจานนี้อร่อยมากกกกก ตอนอยู่อเมริกาเราก็ได้มีโอกาสทานไข่หอยเม้นสดๆอร่อยๆหลายๆที่ แต่ว่าของที่นี่เค้าดีจริง รสชาติมันๆพอดีคำ และที่สำคัญไม่มีกลิ่นควาเลยค่ะ ถ้าใครหลายๆยี๊ ไม่ชอบทานไข่หอยเม่นเพราะว่าไม่ชอบกลิ่น ถ้ามีโอกาสได้ลองที่นี่เราเชื่อว่าทุกคนจะต้องเปลี่ยนความคิดแน่นอนค่ะ มีคนบอกว่า รสชาติของไข่หอยเม่นที่นี่เวลากัดเข้าไปเหมือนมีอะไรอร่อยๆ splash อยู่ในปากค่ะ แปลกดีแฮะ

นี่ก็ไม่แน่ใจอีกเหมือนกันว่าเป็นตัวอะไรบ้าง แต่กุ้งต้มเค้าอร่อยจริงๆ เห็นสีอย่างงั้นนึกว่าจะสุกเกินไป แต่เมื่อทานแล้วกรอบหวานกำลังดีเลยค่ะ

ชิ้นนี้เป็นโทโร่ย่างค่ะ เห็นข้างนอกดูสุกๆอย่างงี้ แต่ข้างในนุ่มอย่าบอกใครเลย กลิ่นก็หอมมาก หวาน มัน อร่อยไม่แพ้กับโทโรชิ้นข้างบนเลยค่ะ

นี่จานสุดท้ายแล้วค่ะ เป็นปลาไหลย่างสองชนิด Unagi ย่างซีอิ้ว กับอีกชิ้นนึงไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไร และย่างอะไรมาก็ไม่รู้แต่รสชาติออกหวานๆอร่อยดีค่ะ โรลข้างๆไว้สำหรับกินตบท้ายให้อิ่มมั่งคะ ซูชิน้อยชิ้นไปเดี๋ยวไม่อิ่ม 555

เมื่อทานเสร็จอิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า พีพีร์ของเราก็เดินไปด้อมๆมองๆหน้าเค้าท์เตอร์ที่ว่างด้วยความสนใจ มองไปมองมาสุดท้ายอยากกินต่อ ก็เลยพากันขอย้ายโต๊ะไปหนังเรียงหน้ากระดานกันที่เค้าท์เตอร์ค่ะ และเนื่องจากตอนนั้นก็ดึกแล้ว ลูกค้าเหลือเพียงเราแค่โต๊ะเดียว เลยได้อภิสิทธิ์พิเศษมีเชฟประกบคนต่อคนเลยค่ะ

เนื่องจากสั่งเพิ่มกันเยอะมาก เราของนำรูปภาพประทับใจเพียงมาส่วนมาโชว์แล้วกันนะคะ

ที่รูปนี้ Ikura ดูสดใสมากเลยค่ะ แค่ละลูกกลมสวยได้รูปจริงๆค่ะ

ชิ้นนี้เป็น O-Toro ที่สั่งเพิ่มค่ะ แต่เราว่าการแตกลายของเส้นไขมัน กับความอร่อยนั้นยังสู้ชิ้นที่อยู่ในเมนู Okamase ไม่ได้ แต่ก็คงจะอร่อยพอที่มีเด็กขี้อิจฉามองพี่พีร์ที่กินอยู่ด้วยสายตาอย่างงั้น อ้อ…แล้วก็ลืมบอกไปนิดนึงค่ะ ว่าพอพวกเรามานั่งที่เค้าท์เตอร์และมีโอกาสได้พูดคุยกับเชฟ เค้าก็บอกว่าการกินซูชิแบบดั้งเดิมที่ถูกต้องเนี่ย ต้องใช้มือหิบแบบในรูปด้านขวาล่างค่ะ

เมื่อทานเสร็จ เราก็ขอถ่ายรูปเชฟเป็นที่ระลึกกันไว้ซะหน่อย คนกลางเป็นหัวหน้าเชฟของที่นี่ค่ะ เค้าบอกว่าตัวเค้าอายุ 70 แล้ว เราทุกคนตกใจมากเพราะดูหนุ่มและคล่องแคล้วอย่างไม่น่าเชื่อ เค้าบอกว่าเพราะว่ากินปลาดิบทุกวันค่ะ สุขภาพเลยแข็งแรง ส่วนคนที่สองจากซ้ายพ๔ดภาษาอังกฤษคล่องมากค่ะ ส่วนมากจะได้รับมอบหมายให้รับรองลูกค้าต่างชาติ

เมื่อมีคoทำก็ต้องมีคนกิน และนี่คือสมาชิกทัวร์ตะลุยกินที่ญี่ปุ่นของเราค่ะ 🙂

สรุปสั้นๆสำหรับ Ginza Kyubei คืออร่อยมากค่ะ คิดว่าถ้าได้ลองจะต้องติดใจทุกคน หากใครไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วสนใจอยากจะลองชิมซูชิที่นี่สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็ปไซต์ของเค้าเพื่อหาสาขาที่คุณสะดวกได้ค่ะ เราเชื่อว่าถึงมีหลายสาขาแต่คุณภาพของแต่ละสาขานั้นไม่แพ้กันอย่างแน่นอน http://www.kyubey.jp/index_e.html 😉 🙂 😀

Advertisements

1 Comment

Filed under Around-the-world, Asian, Japanese, Recommended, Restaurant Review

Sushi@Miyatake

ต้องขออนุญาตเอา Sushi Miyatake ออกจาก recommended list นะคะ เพราะว่าเนื่องจาก Chef เป้ พ่อครัวที่เราชื่นชอบได้ย้ายออกจากมิยาทาเกะไปเปิดร้านของตัวเองชื่อ SUSHI MASA ที่ ซอยพญานาค (ซอยข้างโรงแรมเอเซีย) ตรง bts ราชเทวีเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้นเมนูแนะนำด้านล้างนี้ ถ้าใครสนใจอยากทาน จันแนะนำให้ไปทานที่ Sushi Masa ของเชฟเป้แทนนะคะ รับรองว่ารสชาติ และวัตถุดิบดีไม่แพ้กันเลยค่ะ 

รีวิวของซูชิมาซะจะตามมาอัพเดทเรื่อยๆต่อไปนะคะ 🙂

___________________________________________________________________

หลังจากที่ได้รีวิวอาหารไปหลายแบบแล้ว  คราวนี้ก็ถึงตาของอาหารโปรดที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างซูชิกันซะหน่อย คราวนี้เราจะไปทัวร์ร้าน Miyatake ค่ะ ใครที่เป็นนิยมชมชอบปลาดิบน่าจะเคยทานหรือได้ยินชื่อเสียงของร้านนี้ผ่านหูกันอยู่บ้าง เค้าเป็นผู้นำเข้าปลาดิบรายใหญ่ของไทยเลยค่ะ มีอยู่ทั้งหมด 5 สาขาด้วยกัน (ถ้าเราจำไม่ผิด) ที่ K-Village, Isetan, Tokyu มาบุคญครอง, Fuji Super สุขุมวิท 33/1, และ Fuji Super สุขุมวิท 39

วันนี้เราจะพามาชิมกันที่ Fuji Super สุขุมวิท 33/1 ร้านเป็นร้านเล็กๆนั่งที่เค้าท์เตอร์ได้ 3 ที่ และมีโต๊ะเล็กๆอีกสองโต๊ะ นั่งได้โต๊ะละ 2 ที่ค่ะ เหมือนอย่างทุกครั้ง วันนี้เมื่อเราเดินเข้าร้านไปก็จะมีเสียงที่คุ้นเคยจาก “เชฟเป้” ที่รอทักทายลูกค้าด้วยความกระตือรือร้น (ปกติเราเป็นขาประจำที่เค-วิลเลจค่ะ แต่เมื่อซักเดือนนึงที่ผ่านมาเชฟเป้ย้ายจากสาขาเค-วิลเลจมาที่สาขานี้ เราก็เลยตามมาทานค่ะ) เราจะถือว่าเป็นลูกค้าประจำของเชฟเป้เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเมื่อตอนที่อยู่ K-Village เราไปทานประมาณอาทิตย์ละสองครั้งได้ (ลดความอ้วนอ่ะค่ะ อาหารลีนๆมันหายาก เลยต้องพึ่งปลาดิบ)

ตอนแรกๆที่ไป เนื่องจากร้านนี้เค้าดังเรื่อง Toro, Tuna, Engawa & etc… เราก็ลองสั่งซูชิหลายๆหน้ามาทาน โทโร่เค้าก็ถือว่าอร่อยแล้วเมื่อเทียบกับมาตรฐานร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทย ส่วนตัวเราว่าดีพอๆกับ Maru, โชกุน หรือ Nippon Tei เลยทีเดียว แต่ก็อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลย เราชอบโทโร่ที่เราเคยทานที่ Ginza Kyubei ที่ญี่ปุ่นมากกว่า มันอร่อยมากจนเราไม่อยากจะทานโทโร่ที่ไหนอีกเลย (พูดไปก็เหมือนเว่อร์ แต่จริง – เดี๋ยวโพสต์ต่อไปเราจะมี Special Review สำหรับร้าน Kyubei ที่ญี่ปุ่นละกันนะคะ) ทานเรื่อยๆเริ่มลงตัวค่ะ จนเดี๋ยวนี้เราจะมี combo set ที่เวลาเราไปทุกครั้งจะสั่งแบบเดิมซ้ำๆ ยกเว้นว่าบางวันที่เชฟเป้จะแนะนำว่าวันนี้ปลานี้มีมาเป็นพิเศษ หรือว่าชิ้นนี้นี่อร่อยจริงๆต้องลอง และคอมโบเซ็ทของเราก็มีตามนี้เลยค่ะ

1. Salmon-Ikura Don

จานนี้เป็นข้าวหน้าปลาดิบประเภทหนึ่งซึ่ง top ด้วยเนื้อปลาแซลมอนย่างไปอ่อนๆ จะสุกเฉพาะด้านนอกแค่ยังคงความนุ่มของเนื้อปลาดิบด้านในเอาไว้ เพียงแค่ย่างไฟอ่อนๆให้มีความหอมของเนื้อปลาออกมา ส่วนอีกด้านหนึ่งของจากจะเป็นไข่ปลาแซลม่อนที่ชุ่มไปด้วยซอสโชวยุ รสชาติกำลังดีไม่เค็มจนเกินไป ทำให้เวลาที่เรากินจานนี้ไม่จำเป็นต้องจิ้มโชวยุอีกเลย และเมื่อทานคู่กับไข่หวานโรยงาและสาหร่ายญี่ปุ่นที่อยู่ด้านล่าง ความหวานของไข่และกลิ่นหอมของงา บวกกับรสเค็มๆของไข่ปลาแซลมอนทำให้เกิดรสชาติที่ลงตัวมากๆสำหรับเมนูนี้ เราต้องขอขอบคุณในความสร้างสรรค์ของร้าน Miyatake ที่มีเมนูอร่อยๆนี้ขึ้นมา

อ่อ…ลืมไปอีกอย่างค่ะ ข้าวซูชิของที่นี่เเด็ดมาก อุณหภูมิและความเปรี้ยวกำลังพอดี สามาทานเล่นได้เลยค่ะ และที่สำคัญไม่แฉะและเหนียวหนึบติดมือติดตะเกียบ อันนี้ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของเชฟเป้จริงๆค่ะ เราเคยไปทานตอนที่เป็นเชฟคนอื่นทำ โดยส่วนตัวเราว่าเชฟเป้ทำอร่อยกว่า

ส่วนขิงดองของที่นี่ก็อร่อยดีเหมือนกันนะคะ ปกติเราเป็นคนไม่ชอบทานขิงดอง แต่ว่าที่นี่ไม่เผ็ดและไม่มีกลิ่นเราพอทานได้ค่ะ ถ้าใครที่ชอบทางขิงดองเราว่าคงจะโปรดปรานขิงดองของที่นี่กันเลยทีเดียว

2. Saba/Hokkigai Sashimi

จานนี้ต้องถือว่าพิเศษซักหน่อยเพราะว่าปกติแล้วเราจะสั่ง Tako/Hokkigai ค่ะ แต่ว่าวันนี้เนื้อซาบะที่ร้านดูดีมากเลยอดไม่ได้ที่จะสั่ง

  • Saba – วันนี้ซาบะที่ร้านเนื้อแน่นอร่อยค่ะ เราลองชิมดู รสชาติของเนื้อมันเหมือนกับสุกแล้ว ก็งงค่ะว่าเอาไปต้มมาแล้วรึเปล่า ด้วยความสงสัยเลยถามเชฟดู คำตอบที่ได้คือปลาซาบะแบบนี้เชฟเค้าจะนำไปหมักเกลือแล้วแช่น้ำส้มสายชูค่ะ ปลาดิบเมื่อโดนกรดมันเลยสุกนี่เอง
  • Hokkigai – หรือที่เรารู้จักกันในนามหอยปีกนก เราคิดว่าน่าจะสุกแล้วนะคะ สัมผัสมันหนึบๆดี เนื้อออกรสหวานค่ะ อยากให้ลองสังเกตุที่ภาพดูว่าสีสันและรูปร่างนั้นดูสีสดใส ไม่ได้ดูซีดๆเหี่ยวๆเหมือนทั่วไป ปกติเราก็ไม่ค่อยทานค่ะ แต่ว่าลองได้ทานที่นี่แล้วติดใจเลย
  • Tako – ขอรีวิวเพิ่มเติมสำหรับเมนูประจำแล้วกันนะคะ อยากจะบอกว่าทาโกะที่นี่ อร่อยมากกกกก….. เราไม่ชอบกินปลาหมึกยักษ์ค่ะ จะชอบปลาหมึกขาวมากกว่า เนื่องจากร้านส่วนมากที่ทำปลาหมึกยังมันจะเหนียวๆไม่ค่อยอร่อย ให้ความรู้สึกเหมือนเคี้ยวยางลบ แต่ว่ามีวันนึง ตอนที่เรานั่งทานอยู่ที่ K-Village เจ้าของร้านซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นเค้าแนะนำให้ลองว่าของเค้าอร่อยมาก เราเลยลองดู ปรากฎว่าอร่อยจริงแฮะ ปลาหมึกยักษ์ที่นี่ หนึบแต่เคี้ยวง่าย แถมรสชาติก็ดีออกเค็มๆนิดนึง ไม่น่าเชื่อว่าปลาหมึกยักษ์จะรสชาติอย่างงี้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาสั่งตลอดเลยค่ะ คู่กับหอยปีนกเนี่ยล่ะ

3. Ika Sashimi

ปลาหมึกขาวซาชิมิจานนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเหมือนเคย เหนียวๆกำลังดีแต่ความอร่อยเราว่าอยู่ในระดับ average ไม่ได้โดดเด่นกว่าร้านอื่นค่ะ โดยส่วนตัวเราชอบที่ Nippon-Tei มากกว่า

4. Engawa Sushi/Gunkan-Maki

และแล้วของดีก็ต้องมาหลังสุดค่ะ “Engawa” หรือครีบปลาตาเดียว พระเอกของค่ำคืนนี้ ซูชิคำนี้อาจจะไม่ค่อยมีในเมนูของร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป แต่สำหรับ Miyatake ซูชิครีบปลาตาเดียวคำนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของร้านไม่แพ้โทโร่เลย การทาน ซูชิ engawa มีสองแบบด้วยกัน คือทานแบบย่าง หรือว่าจะทานแบบดิบ ที่มิยาทาเกาะเค้าจะเสิร์ฟแบบย่างไฟอ่อนๆค่ะ เราเคยทานทั้งแบบย่างและแบบดิบที่ร้านอื่นๆ เราว่าที่ผ่านมา engawa ที่มิยาทาเกะเนี่ยล่ะ อร่อยที่สุดแล้ว

  • Engawa Sushi – รูปทางด้านซ้ายจะเป็นซูชิแบบ nigiri ซึ่งเวลาไปสั่งเชฟก็จะทำแบบนี้มาให้ เป็นซูชิที่วางหน้าด้วย engawa ชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวโรบเกลือเล็กน้อยย่างไฟอ่อนๆให้น้ำมันจากครีบปลาไหลซึมลงไปในข้าว น้ำมันจากครีบปลาที่โดนย่างไฟนี้จะมีกลิ่นหอมมาก เมื่อจิ้มกับน้ำจิ้ม Ponzu ที่ออกรสเปรี้ยวๆหน่อยแล้วเวลาเคี้ยวมันจะมีรสชาติหอมมันของครีบปลาตาเดียวย่างวิ่งผล่านอยู่ในปาก บอกได้คำเดียวค่ะ ว่าอร่อยที่สุดจริงๆ
  • Engawa Gunkan-Maki – เป็นเมนูพลิกแพลงนิดหน่อยโดยการนำ engawa มาหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โรยเกลือแล้วย่างไฟก่อนที่จะเอามาโปะบนข้าวซูชิค่ะ เนื่องจากครีบปลาตาเดียวย่างแสนอร่อยของเราได้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว ซูชิชิ้นนี้จึงต้องทำเป็นแบบกึนกัน เพื่อเให้สาหร่ายมาเป้นกำแพงร้มรอบไม่ให้ครีบปลาของเราตกค่ะ เราคิดว่าแบบกึนกันก็อร่อยไปอีกแบบนึง เหมือนว่าน้ำมันจากครีบปลาออกมาเยอะกว่า (อาจจะเป้นแค่ความรู้สึกของเราเอง) แต่ว่าเวลาตอนแรกที่เราสั่งเป้นนิกิริ จะตบท้ายคำสุดท้ายก่อนคิดเงินเป็นกึนกันเสมอค่ะ

วันนี้เราเห็นเนื้อโกเบดูสวยดีเลย เลยเกิดความอยากจนทำให้ต้องสั่ง Kobe Sushi มากิน และก็อร่อยเหมือนทกครั้งที่ผ่านมา รสชาติของเนื้อและมันของเนื้อโกเบที่โดนย่างด้วยไฟอ่อนๆละลายรวมกันอยู่ในปาก บอกกับรสเปรี้ยวเล็กๆของน้ำจิ้ม Ponzu ที่เอาไว้ทานคู่กับของย่าง มันอร่อยจนอยากเบิ้ลอีกคำเลยล่ะค่ะ

อาหารสำหรับวันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้พร้อมกับเราที่กินจนพุงกาง คราวนี้เราก็ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงส่วนนี้ลงเมนูของที่ร้าน และรูปของเชฟเป้ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของมือนี้ให้ทุกท่านได้ชมนะคะ

Good Night ค่ะ 😉

7 Comments

Filed under Asian, Japanese, Restaurant Review, Taste of Bangkok